เลขาธิการ ภตช ชี้ บิ๊กตู่ ตัดสินใจถูกต้อง ซื้อเรือดำน้ำ เฉียบแหลม มองการไกล แต่ควรมีสัก 6 ลำ

เปิดอ่าน 4,018 views
ถูกแชร์ทั้งหมด :: 0

 

เลขาธิการ ภตช ชี้ บิ๊กตู่ ตัดสินใจถูกต้อง ซื้อเรือดำน้ำ เฉียบแหลม มองการไกล แต่ควรมีสัก 6 ลำ ปกป้อง อาณาเขต ธุรกิจ ดุลการค้ากว่า 4,800 กม.คุ้มสุดคุ้ม ติงพวกค้านมองอดีต สมัยฟรั่งเศสส่งเรือรบปิดปากอ่าวไทย เราเสียเงินและดินแดนบางส่วนแต่ยังคงเอกราชไว้ได้ ไม่ตกเป็นเมืองขึ้นใคร คนไทยควรสำนึกถึงบุญคุณพระมหากษัตริย์ ร.2-ร.5 ไว้มากๆ ถ้าปัจจุบันมหาอำนาจส่งเรือดำน้ำปิดปากอ่าวจะทำอย่างไร ฝากพวกค้านจงคิดให้หนัก จะแก้อย่างไร หนุน ปี 61 ตั้งงบซื้อ จรวดขีปนาวุธโทมาฮอว์ค สัก 300 ลูก ขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลาง ยิงได้ไกล 1-3.5 พันกิโลเมตร กองทัพเรามีแค่ยิงไกล 30-50 กิโลเมตร เอง ต้องรีบมีเพื่อความเกรงใจ ความมั่นคง ระหว่างประเทศ ด่วน

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กองทัพไทย ภายใต้การบริหารของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องในการเพิ่มขีดความสามารถในการปกป้องอธิปไตยรอบทั้งราชอาณาจักรกว่า 4,800 กิโลเมตร กำลังพร้อมรบในแนวหน้ากว่า 306,000 นาย อันดับความเข้มแข็งกองทัพเป็นอันดับ 16 ของโลก อันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซี่ยนเป็นรองแค่ อินโดนีเซีย ต่อมาทางรัฐบาลได้มีการตัดสินใจ อนุมัติซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำ(ทยอยอนุมัติ) นั้นเป็นสิ่งที่ตัดสินใจถูกต้อง เฉียบแหลม มองการไกล และ ปัจจุบันเราจำเป็นต้องเสริมศักยภาพทุกด้านของกองทัพให้เข้มแข็งไม่ใช่เฉพาะการปกป้องอาณาเขตตามแนวชายแดน น่านฟ้า หรือ น่านน้ำทางทะเล อย่างเดี่ยวเท่านั้น แต่ยังต้องปกป้องธุรกิจของคนไทยที่เราไปทำในต่างแดน หรือ ต่างชาติเข้ามาลงทุนต่างๆในประเทศไทย ดุลการค้า เพื่อเป็นความเกรงใจทางการเมืองระหว่างประเทศ การค้า การลงทุน ที่จะไม่ให้ต่างประเทศมาเอาลัดเอาเปรียบประเทศของเราและธุรกิจคนของประเทศเรา
นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า อยากให้เราคิดถึงสมัยหนึ่งสมัยในรัชกาลที่ 5 รัฐบาลฝรั่งเศสได้ส่งเรือรบโคเมต์ กับ เรือลังกองสตอง เข้ามาในน่านน้ำไทย สมทบกับเรือลูตัง

ซึ่งเข้ามาจอดอยู่หน้าสถานทูตฝรั่งเศสตั้งแต่ พ.ศ.2435 ทั้งนี้ก็เพราะฝรั่งเศสมีเจตนาจะยึดครองดินแดนไทยให้ได้ เมื่อเรือทั้ง 2 ลำของฝรั่งเศสเข้ามาถึงป้อมพระจุลจอมเกล้า เรืออรรคเรศของไทยจึงยิงเรือรบฝรั่งเศสเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติไทย ขณะนั้นฝรั่งเศสเป็นมหาอำนาจและประสงค์จะยึดครองไทยเป็นอาณานิคม เหมือนดังที่ยึดครองดินแดนประเทศต่างๆในอินโดจีนไว้หมดแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงต้องทรงดำเนินนโยบาย เสียน้อยเพื่อรักษาเอกราชของชาติไว้ มีการเจรจาตกลงกันระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ซึ่งในที่สุดไทยต้องยอมตามข้อเรียกร้องของฝรั่งเศส โดยยอมชดใช้ค่าเสียหายให้ฝรั่งเศส เป็นเงิน 3 ล้านบาท โดยใช้เงินถุงแดงที่เก็บไว้ตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 2-4 ซึ่งเป็นเงินส่วนพระองค์ที่ค้าขายมาได้ มาจ่ายเงินเป็นค่าไถ่ประเทศไทยส่วนใหญ่คืน แต่ไทยต้องสละสิทธิในดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงให้แก่ฝรั่งเศส และฝรั่งเศสได้เข้ายึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นประกัน ซึ่งยึดไว้เป็นเวลานานถึง 10 ปี เหตุการณ์นี้คนไทยทุกคนควรสำนึกบุญคุณในล้นเกล้า รัชกาลที่ 2-4 ที่เก็บเงินส่วนพระองค์ไว้ในช่วงนั้น ทำให้ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ตัดสินใจเสียสละเงินส่วนพระมหากษัตริย์ และ เงินจากเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง ในการไถ่ดินแดนส่วนใหญ่ในคราวนั้น

นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อ ก็อยากพูดให้ กลุ่มบุคคลที่มาค้าน เรื่องการซื้อเรือดำน้ำ ควรกลับไปคิดใหม่ อย่าคิดตื้นๆ อย่าคิดวิจารณ์เอามัน หรือ มาเล่นการเมืองกันเอง นี่เป็นเรื่องความปลอดภัยของคนในชาติ ความสงบสุขของครอบครัวของคนไทยของเรานั้น ควรตระหนักถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีต ที่สอนเราต้องรู้จักป้องกันก่อนเหตุเกิด เราคงไม่อยากให้ประเทศใดในโลก ส่งเรือดำน้ำของเขามาปิดปากอ่าวประเทศไทยแล้วหันตอปิโด หรือ ขีปนาวุธ มายังสถานที่สำคัญๆในประเทศไทย แล้วทำให้เราต้องเสียเปรียบเชิง ธุรกิจ การค้า หรือ เสียดินแดน หรือ มาบังคับให้ประเทศของเราเป็นศัตรูหรือร่วมทำสงครามกับฝ่ายโน้นฝ่ายนี้ มัดมือชกเราจนทำให้ประเทศเราต้องหลังพิงฝาต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง

ทำให้ตกสภาวะจำยอม ต้องคิดให้หนัก เรื่องการตรวจสอบนั้นเราไม่ว่า แต่ต้องเป็นการภายใน สเป็คเป็นอย่างไร ราคาสมเหตุผลไหม รัฐบาลคงบอกได้แต่ต้องไม่ใช่เปิดเผยสาธารณะ สามารถบอกได้เท่าที่จำเป็น เพราะเป็นเรื่องความลับ ในการทหารระหว่างประเทศที่เขาจะไม่บอกกัน ในส่วนตัวมอง ว่าประเทศเราควรจะมีเรือดำน้ำสัก 6 ลำ ไม่ใช่แค่ 3 ลำ อาณาเขตทางทะเลเราเยอะ ไม่ให้แพ้ สิงค์โปร เวียดนาม กัมพูชา อีกอย่างท่าจะให้ดี ประเทศเราควรตั้งงบปี 2561 หาซื้อ จรวดขีปนาวุธ TOMAHAWK โทมาฮอว์ค สัก 300 ลูกเก็บไว้ ขีปนาวุธทิ้งตัวพิสัยกลาง ยิงไกล 1-3.5 พันกิโลเมตร ไว้สัก 5 ลูก ที่เรามีอยู่แค่ยิงได้ไกล 30-50 กิโลเมตรเอง แบบปัจจุบันมันน้อยไปชาติอื่นไม่เกรงใจ พร้อมจะส่งทูตมาขู่ตลอดเวลา ไม่สามารถป้องกันปกป้องธุรกิจ ดุลการค้าระหว่างประเทศได้มากขึ้น ถ้ามี การเจรจาจะทำให้ประเทศเราได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์จะมีสูง คนไทยโดยรวมจะได้ประโยชน์ในหลายๆด้าน นายมงคลกิตติ์ กล่าวทิ้งท้ายไว้


แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : เลขาธิการ ภตช ชี้ บิ๊กตู่ ตัดสินใจถูกต้อง ซื้อเรือดำน้ำ เฉียบแหลม มองการไกล แต่ควรมีสัก 6 ลำ

ร่วมแสดงความคิดเห็น