khaochad.com

ตรวจภูมิประเทศป่าต้นน้ำ พบเกษตรกรใช้สารพิษและสารเคมีทางการเกษตร

รองผู้ว่าฯ สุรินทร์ฝ่ายทหาร ตรวจภูมิประเทศป่าต้นน้ำ พบเกษตรกรใช้สารพิษและสารเคมีทางการเกษตร ส่งผลให้น้ำปนเปื้อนสารพิษ ราษฎรหลายแห่งไม่กล้าเก็บของป่ามาบริโภค

วันที่ 13 มี.ค. 2559  พ.อ.เอกภาพ สุหร่าย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจภูมิประเทศป่าต้นน้ำ พร้อมรับฟังรายงานผลการปฏิบัติงานตามภารกิจ แผนงานโครงการ และปัญหาข้อขัดข้องของหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ที่ปฏิบัติงานตามแผนแม่บทพิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ในห้วงที่ผ่านมา

image

โดยได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์สาธิตการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกด้านป่าไม้ที่ 3 ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ป่าต้นน้ำห้วยสำราญ จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมหน่วยจัดการต้นน้ำห้วยโตง ตำบลโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง จากการตรวจเยี่ยมพบว่า ศูนย์สาธิตการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกด้านป่าไม้ที่ 3 จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ป่าต้นน้ำห้วยสำราญ พบว่าพื้นที่ป่าต้นน้ำห้วยสำราญ ลักษณะเป็นป่าไม้เบญจพรรณ และป่าดิบแล้งยังคงสภาพป่าต้นน้ำ แต่ลงมา Zone B เริ่มประสบปัญหาเนื่องจากมีการจัดที่ดินทำกินของ สปก. มีการทำสวนยางพารา เป็นจำนวนมาก จึงมีการใช้สารเคมี อาทิ ปุ๋ย ยาฆ่าหญ้า ใช้กรดเจือจางน้ำยาประสานเพื่อให้น้ำยางแข็งตัว ในฤดูฝนน้ำฝนจะชะล้างหน้าดินและสารเคมีลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ ก่อให้เกิดมลพิษ ทำลายพืชและสัตว์น้ำ และก่อให้เกิดอันตรายต่อราษฎรและสัตว์เลี้ยงที่อาศัยน้ำอุปโภคบริโภคจากลำห้วยทับทัน ปัจจุบันที่ดิน สปก.4-01 ที่รัฐบาลจัดสรรให้แก่ราษฎร ส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนมือและบางแห่งอาจถูกบุกรุกเข้าทำกินโดยไม่มีเอกสารสิทธิ

image
ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นเขตแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจึงไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ครอบคลุมพื้นที่ ส่วนหน่วยจัดการต้นน้ำห้วยโตง ตำบลโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง เป็นป่าดิบแล้งและป่าไม้เบญจพรรณ ปัจจุบันทางหน่วยฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงปลูกป่าต้นน้ำเป็นระยะเวลาเกิน 10 ปี ป่าจึงปรับสภาพเป็นป่าถาวรแล้ว ตามระเบียบเมื่อปลูกป่าครบ 10 ปีแล้ว หน่วยฯ จะไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุน หน้าที่ของหน่วยฯ คือดูแลความสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำ ภารกิจ ปลูกต้นไม้เสริม ทำฝายกั้นน้ำ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรักษาป่า ผลิตและแจกจ่ายกล้าไม้ให้แก่ประชาชน เป็นต้น ปัญหาที่สำคัญพบว่าป่าไม้ตามแนวชายแดนที่เป็นแหล่งต้นน้ำ

image

ในเขตป่าสงวนจะเป็นป่าตามสภาพเดิม น้ำที่ไหลจากป่าจะมีความสะอาดตามธรรมชาติ ต้นไม้จะคงสภาพตามธรรมชาติ แต่เมื่อผ่านแหล่งต้นน้ำเข้ามาสู่ชุมชน ทุ่งนาของราษฎร พบว่ามีการปลูกต้นยางพาราจำนวนมาก บางแห่งเป็นไร่อ้อย ตลอดแนวชายแดน ซึ่งพืชไร่ดังกล่าวใช้สารเคมีทั้งสิ้น ซึ่งจะทำให้น้ำที่บริสุทธิ์จากพื้นที่ป่า มาปนเปื้อนสารพิษ ราษฎรหลายแห่งไม่กล้าเก็บของป่ามาบริโภค ดังนั้นถ้าหากไม่มีการจัดระเบียบสวนยางพารา เกี่ยวกับพื้นที่ปลูก การใช้สารเคมี ย่อมจะส่งผลกระทบต่อสภาพนิเวศน์ สัตว์น้ำ และน้ำที่ประชาชนใช้ในการอุปโภค บริโภค อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.

ขอบคุณภาพ/ข่าว
ผู้สื่อข่าว // สมทรง เผือกผล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *