เจ้าของอู่ซ่อมรถ”สมเด็จช่วง”ขอทนายสู้คดีหลัง ผช.เจ้าอาวาสวัดปากน้ำฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 10 ล้าน

เปิดอ่าน 601 views
ถูกแชร์ทั้งหมด :: 0

image

เจ้าของอู่ซ่อมรถ”สมเด็จช่วง”ขอทนายสู้คดีหลัง ผช.เจ้าอาวาสวัดปากน้ำฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 10 ล้าน
เจ้าของอู่รับซ่อมรถเบนซ์โบราณ ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ “สมเด็จช่วง” เลขทะเบียน ขม 99 เข้าร้องทุกข์เพื่อขอทนายความสู้คดีและคุ้มครองในฐานะพยาน หลังถูกผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ยื่นฟ้องที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันดำเนินคดีทางแพ่ง เรียกค่าเสียหาย กว่า 10 ล้านบาท

เมื่อวันที่ (8 มี.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม นายวิชาญ รัษฐปานะ เจ้าของอู่รถโบราณ ซึ่งรับซ่อมรถเบนซ์โบราณ หมายเลขทะเบียน ขม 99 ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เดินทางร้องทุกข์เพื่อขอทนายความสู้คดีและคุ้มครองในฐานะพยาน หลังถูกพระมหาศาสนมุนี (พระธนกิจ สุภาโว) หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ยื่นฟ้องที่ศาลจังหวัดตลิ่งชันเพื่อดำเนินคดีทางแพ่งเรียกค่าเสียหายเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท

นายวิชาญ กล่าวว่า วันนี้ตนมาขอทนายความ ค่าทำเนียมศาล และขอให้คุ้มครองพยานในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับรถเบนซ์โบราณ “สมเด็จช่วง” แต่ก็ไม่ทราบว่าจะขอคุ้มครองพยานได้หรือไม่ เนื่องจากยังอยู่ในชั้นการสอบสวน รวมทั้งตนได้ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 10,050,000 บาท แบ่งเป็นค่ารถ 4 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย รวมเป็นเงิน 5 ล้านกว่าบาท และค่าเสียชื่อเสียงอีก 5 ล้านบาท

“ผมได้รับหมายศาลส่งมาถึงบ้านเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นคดีหมายเลขดำที่ ส 359/2559 โดยมี พระมหาศาสนมุนี หรือ หลวงพี่แป๊ะ (ธนกิจ ศรีอุ่นเรือน) เป็นผู้ฟ้อง และมี นายสุรพงษ์ สิทธิกรณ์ ทนายความเป็นผู้รับมอบอำนาจ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผม ซึ่งศาลได้นัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 25 เม.ย.นี้ เวลา 13.30 น. ส่งผลให้ครอบครัวเกิดความเครียดเพราะที่ผ่านมาไม่เคยถูกฟ้องร้องเลย” นายวิชาญ กล่าว

นายวิชาญ กล่าวอีกว่า ขอยืนยันไม่ใช่เจ้าของรถและอะไหล่ที่มีคนว่าจ้างจัดหามาให้ทำประกอบตัวรถ อีกทั้ง ไม่ได้เป็นคนดำเนินการในเรื่องการจดประกอบเพราะไม่เคยรู้เรื่องการจดประกอบแต่อย่างใด ซึ่งตนเป็นเพียงช่างมีหน้าที่แค่ซ่อมรถคันดังกล่าว โดยหลวงพี่แป๊ะเป็นผู้ว่าจ้าง สำหรับจำนวนเงิน 4 ล้านบาทในการซ่อมรถเบนซ์โบราณ นั้น มีการแบ่งค่าจ้าง 2.5 ล้านบาท ให้กับบริษัทอ๊อด 89 ซึ่งเป็นผู้จัดหาอะไหล่รถมา แต่จะเป็นผู้ดำเนินการเรื่องจดประกอบหรือจดทะเบียนไม่ยืนยัน ส่วนตนรับงานซ่อมเป็นค่าจ้าง 1.5 ล้านบาท ก็เป็นค่าแรงของช่างและบริการต่าง ๆ เมื่อทำรถเสร็จเรียบร้อยก็เข้าสู่ขั้นตอนการจดประกอบซึ่งนั้นตนไม่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ไม่ทราบว่าหลวงพี่แป๊ะรู้จักกับบริษัทอ๊อด 89 หรือไม่ แต่ระหว่างการซ่อมรถดังกล่าว ก็มีการพบปะกันหลายครั้ง

นายวิชาญ กล่าวอีกว่า ตนไม่เข้าใจ หลวงพี่แป๊ะจึงฟ้องร้องแต่ตนไม่ไปฟ้องผู้ที่จัดหาอะไหล่ หรือทำการจดประกอบรถให้ แต่กลับมาฟ้องตนซึ่งเป็นเพียงผู้รับจ้างแค่ซ่อมรถเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางหลวงพี่แป๊ะไม่ได้ติดต่อพูดคุยกับตน ทั้งที่ในช่วงที่มีการทำรถก็มีการติดต่อกันอย่างต่อเนื่องและมีการทยอยจ่ายเงินค่าจ้างเป็นงวด

 

ขอบคุณภาพ/ข่าว ตระเวนข่าวออนไลน์


แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : เจ้าของอู่ซ่อมรถ”สมเด็จช่วง”ขอทนายสู้คดีหลัง ผช.เจ้าอาวาสวัดปากน้ำฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 10 ล้าน

ร่วมแสดงความคิดเห็น


http://www.khaochad.com/5623