khaochad.com

ตะครุบกู้ดอกโหด!! ชาวบ้านร้องชุดเฉพาะกิจอำเภอตะกั่วป่าจับแก๊งปล่อยเงินกู้ดอกเกินกฎหมายกำหนด เคยแจ้งบางหน่วยทราบแต่ไร้ผล

เมื่อวันที่ 9 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา รายว่าช่วงบ่ายของวันที่ 8 พ.ย.62 ชุดเฉพาะกิจอำเภอตะกั่วป่านำโดยว่าที่ร้อยเอก พงศ์ศักดิ์ เวทยาวงศ์ นายอำเภอตะกั่วป่า นายสมศักดิ์ ชูแสง ปลัดอำเภออาวุโส อ.ตะกั่วป่า นายอาทิตย์ เพ็ชร์กุล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.ตะกั่วป่า นายภานุวัฒน์ สองเมือง ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.ตะกั่วป่า พร้อมด้วย สมาชิก อส.สังกัด กองร้อย อส.อ.ตะกั่วป่า ที่ 7 ประกอบด้วยนายหมู่ใหญ่ชาตรี พรหมคีรี นายหมู่โทธีระสิทธิ์ จันเพชร์ สมาชิกเอกธำรง บำรุงมิตร สมาชิกเอกวิเชียร ธรรมบุตร สมาชิกเอกพรชัย แก้วประเสริฐ สมาชิกเอกทรงธรรม ชูช่วย สมาชิกตรี ชลชัย เชาว์พานิช อส.สุขสันต์ สมทรัพย์ ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายวสุวัฒน์ พิภูไชยรุ่งเรือง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/260 หมู่ที่ 2 ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ขณะกำลังขับรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีขาว หมายเลขป้ายทะเบียน 1 กอ 6212 กรุงเทพมหานคร เพื่อเก็บเงินลูกค้าเงินกู้ที่บริเวณริมถนนบ้านสะพานพระ – บ้านพรุเตียว หมู่ที่ 9 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและเข้าตรวจสอบภายในรถพบของกลางโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง นามบัตรกระดาษสีฟ้า ระบุข้อความบริการเงินด่วนทันใจ พบมีรูปภาพบุคคลทำการรับเงิน รูปบัตรประชาชนพร้อมระบุข้อความรายละเอียดการกู้ และรูปภาพการโอนเงิน และจะปล่อยเงินกู้ในเขตพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดพังงา
การจับกุมเนื่องจากศูนย์ดำรงธรรมที่ทำการปกครองอำเภอตะกั่วป่าได้รับการร้องทุกข์จากประชาชนว่ามีกลุ่มบุคคลปล่อยเงินกู้โดยเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่นอัตราร้อยละ 20 ต่อเดือน โดยจัดเก็บวันละ 1,000 บาทเป็นจำนวน 24 วัน พร้อมเก็บค่าเปิดบัญชีเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท และบางรายก็เรียกเก็บดอกเบี้ย(รวมค่าเปิดบัญชี)ในอัตราร้อยละ 30 – 40 ต่อเดือนซึ่งเป็นอัตราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

ใช้ยานพาหนะเป็นรถเก๋งต์ยี่ห้อนิสสัน สีขาว ทะเบียน 1 กอ 6212 กทม. และนามบัตรของผู้ปล่อยเงินกู้ ที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ก่อนวางแผนตรวจสอบข้อเท็จจริง จนกระทั่งพบเห็นรถเก๋งคันที่ได้รับแจ้งมีผู้ขับขี่อยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 9 ต.บางนายสี จึงได้ติดตามไป จนถึงที่เกิดเหตุ ผู้ต้องสงสัยได้หยุดรถและลงมาพูดคุยกับสุภาพสครีคนหนึ่งอยู่นั้น เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจค้นตัวและรถที่ขับมา พบหลักฐานที่ใช้ในการกระทำความผิดหลายอย่าง จึงได้เชิญตัวไปตรวจสอบรายละเอียดที่อำเภอตะกั่วป่าระหว่างนั้นได้มีผู้เสียหายทยอยมาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่จำนวน 4 ราย ซึ่งต่อมาผู้กระทำความผิดได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาพร้อมทั้งกล่าวไม่ได้บังคับให้กู้แต่อย่างใด

จากพฤติการณ์ของผู้ถูกจับข้างต้นเข้าข่ายเป็นการเรียกเก็บดอกเบี้ย(รวมค่าเปิดบัญชี)ในอัตราร้อยละ 30-40 ต่อเดือนซึ่งเป็นอัตราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิ์และข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบและเข้าในข้อกล่าวหาเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 (1) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตะกั่วป่า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

โดยชุดเฉพาะอำเภอตะกั่วป่าจะได้ทำการขยายผลการจับกุมเพื่อทลายแก๊งเครือข่ายดอกเบี้ยโหดในพื้นจนสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนคนจนๆ ตามนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งจากข้อมูลก่อนการจับกุมครั้งนี้ ทราบว่าได้มีการแจ้งให้บางหน่วยทราบแล้ว แต่ไม่ดำเนินการ และจะได้ตรวจสอบว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มดอกเบี้ยโหดนี้หรือไม่ หากมีจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว โกอู๋@นักข่าวอาวุโสจังหวัดพังงา รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *