khaochad.com

      ผู้ว่าฯ สระแก้ว สั่งเฝ้าระวังข่าวลือปิดด่าน ทหารเขมรเสริมกำลังรับมือกลุ่มกบฎ สม รังสี

สระแก้ว – ทหารกัมพูชาเสริมกำลังเต็มพื้นที่กรุงปอยเปต เตรียมกวาดล้างกลุ่มกบฏ สม รังสี ในวันที่ 8-9 พ.ย.62 ทำให้บรรยากาศที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เงียบเหงา ส่วนทางด้านฝั่งไทยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการตรวจเข้มหวั่นกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาส ส่วนผู้ว่าฯ สระแก้ว สั่งเฝ้าระวังข่าวลือปิดด่าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จุดผ่านแดนถาวรปอยเปต ประเทศกัมพูชา ตรงข้ามกับจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบว่า บรรยากาศทั่วไปค่อนข้างจะเงียบเหงา เนื่องจากมีกลุ่มทหารองครักษ์ของสมเด็จฮุนเซน ได้ติดอาวุธสงครามครบมือเดินลาดตระเวนพร้อมตรวจค้นรถยนต์ทุก ๆ คัน ที่วิ่งข้ามมาจากฝั่งประเทศไทยอย่างเข้มงวด จนทำให้ประชาชนชาวกัมพูชาส่วนหนึ่งไม่กล้าออกจากบ้านมาประกอบอาชีพ เนื่องจากมีข่าวลือว่า กลุ่มทหารเตรียมเข้ากวาดล้างกลุ่มกบฏของนายสม รังสี ที่เป็นแกนนำ โดยประกาศจะเดินทางเข้าประเทศในช่วงวันที่ 8-9 พ.ย.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามแหล่งข่าวในฝั่งประเทศกัมพูชา ทราบว่า ตั้งแต่ค่ำวันที่ 3 พ.ย.62 มีกำลังเจ้าหน้าที่ทหารองครักษ์ของสมเด็จฮุนเซน จำนวนมากติดอาวุธสงครามเดินทางด้วยรถยนต์เข้ามาที่กรุงปอยเปต เพื่อสมสบกับกำลังทหารที่ประจำการอยู่แล้ว จึงทำให้ประชาชนกัมพูชาหวาดกลัว โดยกำลังทหารส่วนใหญ่จะเข้าไปประจำอยู่ตามชุมชนต่าง ๆ ในกรุงปอยเปต รวมทั้งที่บริเวณหน้าจุดผ่านแดนถาวรปอยเปตด้วย โดยทหารจะทำการตรวจค้นรถยนต์ทุก ๆ คัน ที่วิ่งข้ามชายแดน ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยกล้าเดินทางข้ามชายแดนในช่วงนี้

โดยกรณีดังกล่าว พ.อ.สหัสดนย์ ธเนศชัยพิทักษ์ ผู้บังคับชุดควบคุมกรมทหารพราน 12 หรือ ผบ.ชค.กรม ทพ12 ได้สังการให้ ร.อ.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย ทพ.1201 ประสานกับ พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว ,พ.ต.ต.หญิง นภัสชญา จำปาชัย สว.ตม.จว.สระแก้ว และนายออน อุ่นทวีทรัพย์ นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ ให้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าร่วมตั้งด่านตรวจค้นที่บริเวณหน้าจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก เพื่อป้องกันและจับกุมกลุ่มฉวยโอกาสลักลอบนำยาเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

ล่าสุด เวลา 14.00 น. นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า เป็นข่าวลือของฝ่ายกัมพูชา ที่ปรากฏว่าได้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและคนไทยที่ทำงานในกาสิโนฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ที่เดินทางกลับจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาสอบถามเจ้าหน้าที่ไทย ว่าในฝั่งปอยเปตมีข่าวลือว่าในวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2562 ประเทศกัมพูชาจะทำการกวาดล้างกลุ่มกบฏ และจะปิดด่านพรมแดนที่ติดกับประเทศไทย จริงหรือไม่ อีกทั้งยังมีทหารกัมพูชาถืออาวุธสงครามเดินตรวจตราทั้งบริเวณหน้าด่านพรมแดนฝั่งปอยเปต และในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา เหมือนกำลังจะทำสงคราม

นายวรพันธุ์ กล่าวอีกว่า หลังจากได้รับรายงานของ พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว ว่าได้เดินทางไปพบ พ.ต.อ.เข้ม ซีตรา ผกก.ตม.ปอยเปต ที่บริเวณด่านพรมแดนปอยเปต ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่าน ตม.อรัญประเทศ เพื่อสอบถามเหตุการณ์และข่าวลือดังกล่าว พบว่ามีทหารกัมพูชาซึ่งส่วนใหญ่เป็นทหารหน่วยองครักษ์ฮุน เซน สะพายอาวุธสงคราม เดินลาดตระเวนอยู่บริเวณด่านพรมแดนปอยเปตหลายนาย พ.ต.อ.เข้ม ยืนยันว่า เป็นข่าวลือของประเทศกัมพูชาว่าจะปิดด่านพรมแดนปอยเปตนั้น ไม่เป็นความจริง แต่จะมีการกวาดล้างกลุ่มบุคคลไม่หวังดีต่อประเทศกัมพูชา หรือพวกกบฏใต้ดินนั้นเป็นเรื่องจริง โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาลกัมพูชาได้สืบทราบว่ากลุ่มกบฏกัมพูชา ซึ่งมีอดีตผู้นำฝ่ายค้านของกัมพูชาคือนายสม รังสี เป็นแกนนำ ได้หลบหนีหมายจับและลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะนายสม รังสี ได้ลี้ภัยไปอยู่ประเทศฝรั่งเศส และขณะนี้ได้โอนสัญชาติเป็นสัญชาติฝรั่งเศสไปแล้ว ได้ประกาศว่าจะกลับมาล้มล้างรัฐบาลสมเด็จฮุน เซน ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562

ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้กำชับให้ พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ตม.จว.สระแก้ว ช่วยติดตามความเคลื่อนไหว เพราะคนไทยและกัมพูชา เป็นมิตรประเทศที่ดีต่อกัน ดังนั้นประเทศไทยจะไม่ยอมให้บุคคลต่างชาติใดๆมาเคลื่อนไหวเรื่องการเมืองในประเทศไทยเราอย่างเด็ดขาด และคนไทยที่ทำงานในฝั่งปอยเปต ให้ทำการประชาสัมพันธ์ให้คนไทยทุกคนที่จะเดินทางออกไปฝั่งปอยเปต ให้พกหนังสือเดินทางติดตัวตลอดเวลา และห้ามกระทำสิ่งผิดกฎหมายในฝั่งกัมพูชาด้วย โดยเฉพาะอย่าเข้าไปร่วมวิจารณ์เรื่องการเมืองในกัมพูชา ขอให้อยู่ในที่ที่ควรจะไป เช่น สถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานกาสิโน ไม่ควรไปร่วมพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการเมืองกับชาวกัมพูชาอย่างเด็ดขาด

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ ภายหลังรัฐบาลกัมพูชาสืบทราบว่ากลุ่มกบฏกัมพูชา ซึ่งมีอดีตผู้นำฝ่ายค้านของกัมพูชา คือ นายสม รังสี เป็นแกนนำ ประกาศว่าจะกลับมาล้มล้างรัฐบาลสมเด็จฮุน เซน ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 พบว่า เจ้าหน้าที่ได้นำภาพของ 8 แกนนำกบฏกัมพูชาและกลุ่มสนับสนุน ที่รัฐบาลกัมพูชาออกหมายจับและห้ามเข้าประเทศมาติดไว้บริเวณด่าน ตม.ปอยเปต เพื่อให้เจ้าหน้าที่เปรียบเทียบใบหน้าป้องกันการแปลงโฉม และตบแต่งใบหน้าเพื่อลักลอบเข้าประเทศกัมพูชา ส่วนบรรยากาศในตลาดปอยเปต ซึ่งอยู่ห่างด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ประมาณ 1.5 กม.ยังคงมีทหาร และ ตชด.กัมพูชา สะพายอาวุธสงครามเดินลาดตระเวนตรวจตราตามท้องถนน และตามตรอกซอกซอยตลอดเวลา ทำให้ประชาชนชาวกัมพูชาในปอยเปต วิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจจะเกิดสงครามกลางเมืองในกัมพูชากลับมาอีกหรือไม่ หากนายสม รังสี แกนนำกลุ่มกบฏกัมพูชาเดินทางเข้ามาในประเทศกัมพูชาอีกครั้งในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 ตามที่ได้ประกาศและปลุกระดมชาวกัมพูชาให้ลุกขึ้นมาต่อสู้ เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและโค่นล้มระบบฮุน เซน

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบความเคลื่อนไหวในกรุงปอยเปต พบว่า ทางรัฐบาลกัมพูชามอบหมายให้ พล.อ.เค็ง ซาเมด รอง ผบ.ตร.กัมพูชา ซึ่งรับผิดชอบดูแลพื้นที่ตามแนวชายแดนประเทศกัมพูชาทั่วประเทศ รับผิดชอบและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจกัมพูชาปฏิบัติการเข้มป้องกันและสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มกบฏกัมพูชาสามารถลักลอบเดินทางเข้าประเทศกัมพูชาได้ โดยสั่งการให้ พล.ท.เป็ก วันนา ผู้บัญชาการสำนักงานประสานงานชายแดนกัมพูชา-ไทย (ผบ.สน.ปกท.) ของกัมพูชา นำกำลังทหารประจำจังหวัดบันเตียเมียนเจย พร้อมอาวุธสงครามคุมเข้มพื้นที่ชายแดนด้าน จ.บันเตียเมียนเจย นอกจากนี้ ยังให้ พ.ต.อ.โซ จันนารี ผบ.กองพัน ตชด.ที่ 911 กัมพูชา นำกำลังพร้อมอาวุธสงครามดูแลรับผิดชอบพื้นที่ตะเข็บชายแดนด้านกรุงปอยเปต โดยมี พล.ต.บอน บิน หัวหน้าสารวัตรทหารกัมพูชา ประจำจังหวัดบันเตียเมียนเจย นำหน่วยสารวัตรทหารกัมพูชา ออกตรวจค้นตามแหล่งชุมชนทั่วกรุงปอยเปตดังกล่าว

 

 ภาพ/ข่าว   นายยุทธนา พึ่งน้อย ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระแก้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *