สภาองค์กรชุมชนยื่นหนังสือร้องเรียน สส.

เปิดอ่าน 3,714 views
ถูกแชร์ทั้งหมด :: 0

สภาองค์กรชุมชน ต.บุพราหมณ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี 15 คน ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายชยุต ภุมมะกาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร/คณะกรรมมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและที่ดิน นายอำนวย โพธิแก้วประธานสภาองค์กรชุมชน ต.บุพราหมณ์กล่าวว่า ด้วยราษฎรอำเภอนาดีและอำเภอกินทร์บุรี มีความเดือดร้อนเรื่องสิทธิ์ในการครอบครองที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จากการประกาศกำหนดเขตที่ดินทั้งอำเภอนาดีและอำเภอกบินทร์บุรี เป็นเขตปฎิรูปที่ดิน (สปก.4-01)ทำให้ราษฎรเดือดร้อนไม่สามารถออกโฉนดได้ เป็นระยะเวลา 44 ปีแล้ว ในส่วนพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ต.บุพราหมณ์,ทุ่งโพธิ์ ,แก่งดินสอ ,
สะพานหิน มีปัญหาเดือดร้อนจากการประกาศเขตอุทยานทับลานทับซ้อนที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยชาวบ้านมาเป็นระยะเวลา38 ปี ยังอยู่ระหว่างการแก้ไขแต่แนวทางการแก้ไขยังขาดความเป็นธรรม รวมทั้งยังไม่คำนึงถึงวิถีชีวิตของชาวบ้าน

ดังนั้นจึงรวมตัวกันมาเพื่อขอให้คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และที่ดิน ได้ช่วยเหลือ แก้ไขตามข้อร้องเรียน ตามเอกสารแนบมาด้วยเพื่อประโยชน์สุขของราษฎรในจังหวัดปราจีนบุรี ในหนังสือระบุว่าตามที่กรมป่าไม้ได้ประกาศเป็นป่าสงวนในปี พ.ศ.2497ต่อมาได้มีมตินโยบายป่าไม้แห่งชาติครั้งที่ 3/2541 เมื่อวันที่ 10 มิย.2541 เรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดิน ในพื้นที่ป่าไม้ ต่อมา ปี 2543 ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเดินสำรวจและปักกันแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จนบัดนี้ยังไม่ได้ข้อยุติอุทยานแห่งชาติทับลานก็ยังใช้แนวเขต ปี2524 อยู่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ปัญหาแนวเขตยังไม่ชัดเจน

 

ขอให้สภาผู้แทนราษฎรช่วยแก้ไขดังนี้ขอให้ประกาศใช้มิตคณะรัฐมนตรี ครั้งที่3/2541 เมื่อวันที่ 10มิย. 2541 แนวเขตสำรวจของคณะกรรมการปี 2543 ให้เป็นกฎหมายบังคับใช้ ขอให้ยกเลิกเพิกถอนแนวเขตแห่งชาติทับลานที่ประกาศที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย เมื่อปี 2524ออกบางส่วน 3 ตำบลต.บุพราหมณ์ ทุ่งโพธิ์แก่งดินสอ ขอให้ปรับปรุงถนนสายตรวจการอุทยานแห่งชาติทับลานตามแนวเขตปี 2543 เพื่อป้องกันการบุกรุกลดความขัดแย้งระหว่างอุทยานแห่งชาติทับลานและให้เกษตรกรได้ใช้ในการขนถ่ายสินค้าเกษตรและท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้ที่ดินของราษฎรใน อ.นาดี อ.กบินทร์บุรีมีความเลื่อมล้ำเนื่องจากการประกาศกำหนดเขตที่ดินท้องที่กิ่งอำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอบ้านสร้าง ให้เป็นเขตปฎิรูปที่ดิน (สปก.4-01) ทั้งอำเภอ เมื่อวันที่ 26 พย.2518 ณ บัดนี้ได้ล่วงเลย ขอให้ยกเลิกแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาเขตท้องที่อำเภอนาดี เมื่อปี พ.ศ.2518 ให้เป็นเขตพื้นที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยและนันทนาการ(ห้ามก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม) มาเป็นเวลา 44 ปี ราษฎรบางส่วนไม่สามารถนำที่ดินไปขอจดทะเบียนออกโฉนดได้ ทำให้รัฐขาดรายได้ในการจัดเก็บภาษีที่ดิน และในเขตปฎิรูป (สปก.4-01) อ.นาดี มีแปลงที่ดิน นส.3ก.โฉนด ที่ได้ทำมาก่อนประกาศ หลังจากประกาศแล้วไม่สามารถออกเป็นโฉนดได้ ขอให้กรมที่ดินออกเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินเหมือนกับแปลงที่ดินก่อนประกาศปฎิรูปที่ดินทั้งอำเภอ รวมทั้งแปลงที่ดินสปก.ได้จัดแปลงไปแล้วด้วยโดยไม่มีเงื่อนไข ตามที่ สปก.4-01ได้กำหนดไว้ขอให้ปรับปรุง เงื่อนไขคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557ลงวันที่ 17 มิย.2557และกฎหมายอุทยานแห่งชาติ(ฉบับใหม่)ที่มีเงื่อนไขคล้ายกัน เพื่อให้ราษฎรในเขต อ.นาดีได้ประกอบอาชีพตามวิถีชีวิตดั้งเดิม ห้ามซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้เช่าซื้อ ให้ยืม ให้ตัดออกต้องไม่ละทิ้งการทำประโยชน์หรือไม่อยู่อาศัยติดต่อกันเป็นเวลา 1 ปี ให้เป็น 3 ปีเพราะถ้าชาวบ้านยากจนฝนแล้ว น้ำท่วมต้องไปปรับจ้างเลี้ยงชีพที่อื่น จะต้องหมดสิทธิ์ในที่ดิน ให้ปลูกป่ายืนต้นประจำถิ่นไม่ต่ำกว่า 20 ต้น/ไร่ ปัญหาถ้าต้นไม้โตขึ้นจะทำการเกษตรไม่ได้ เพราะต้นไม้ปกคลุมพืชหมดห้ามตัดไม้ยืนต้นที่ขึ้นเองตามธรรมชาติหรือไม้ที่ตนเองปลูกจะสร้างปัญหาให้กับราษฎรภายหลังจึงขอให้ตัดข้อนี้ออก เป็นการผูกมัดราษฎรถ้าไม่ทำตามเงื่อนไขอาจทำผิดกฎหมายขอให้ยกเลิกเงื่อนไขดังกล่าว

ภาพ/ข่าว ทองสุข สิงห์พิมพ์


แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : สภาองค์กรชุมชนยื่นหนังสือร้องเรียน สส.

ร่วมแสดงความคิดเห็น


http://www.khaochad.com/376564