ทนายคนดังยื่นเรื่องสอบ 2 สภ.คดีจับแพะไม้พะยูง

เปิดอ่าน 3,926 views
ถูกแชร์ทั้งหมด :: 0

 

จากกรณีที่ นางใบพร ไชสวัสดิ์ อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 103 หมู่ 4 ต.สองคอน อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี เข้าร้องเรียนต่อนายอัจฉริยะ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ว่า นายสมควร ช้างสาร อายุ 46 ปี (สามี) ถูกตำรวจ สภ.นาดี จับกุมดำเนินคดี เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 61 เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้หลักฐานในที่เกิดเหตุ เป็น มีรถยนต์ เลื่อย ไม้พะยูง และโทรศัพท์มือถือ ของนางชฎาพร วิถาวร (ภรรยาของนายตุ้ย) ที่สวมชื่อนายสมควร ช้างสาร) และเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมหลักฐานส่งฟ้องฝากขังไปที่ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ทำให้ขณะนี้สามีถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี ในเรื่องนี้ สามี คือ นายสมควร ช้างสาร ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใดเลย ขอความเป็นธรรมในการช่วยเหลือติดตามคดีให้ด้วย

วันนี้ 13 ส.ค.62 นายอัจฉริยะ เรื่องรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เดินทางมาพบกับ พล.ต.ต นราเดช กลมทุกสิ่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ให้แก่กรณีนายสมควร ช้างสาร พร้อมนำหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องให้กับ ผบก.เพื่อพิจารณาดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายอัจฉริยะ เรื่องรัตนพงษ์ กล่าวว่า ที่ สภ.วังตะเคียน จับผู้ต้องหาได้ 2 คน พร้อมรถยนต์ของกลาง พร้อมเลื่อยยนต์ มีการอ้างชื่อสมควร ช้างสาร เป็นผู้ต้องหา ซึ่งเดิมนายตุ้ย เป็นคนลาว มีการนำผู้ใหญ่บ้านและเมียของนายตุ้ย มารับรองเอกสารว่าเป็นนายสมควร ช้างสาร เจ้าหน้าที่จึงสั่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการ พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องไปยังศาล ระหว่างที่พนักงานสอบสวนฝากขัง มีนายประกันไปคัดทะเบียนราษฎร์ที่อำเภอกบินทร์บุรี ซึ่งนายสมควร ช้างสาร อยู่ที่อุบลราชธานี ส่วนนายตุ้ย เป็นคนลาวอยู่ที่กบินทร์บุรี ทำให้เห็นว่ามีพิรุธให้เห็นมากมาย ทำให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางไม่มีการตรวจสอบจนกระทั่งศาลมีคำพิพากษาให้จำเลย คือ นายสมควร ช้างสาร ทำให้นายสมควร ช้างสารเสื่อมเสียชื่อเสียงและเสียประวัติ

หลังจากที่ สภ.วังตะเคียนแล้วอีกไม่กี่เดือน ประมาณ 28 พ.ย.61 นายตุ้ยก็ได้ไปก่อเหตุอีก ที่ สภ.นาดี ไม่พบผู้กระทำความผิด พบแต่โทรศัพท์มือถือ พนักงานสอบสวนก็เหมือนเดิม อ้างว่าเป็นชื่อของนายสมควร ช้างสาร ที่จริงเป็นของนางชฎาพร ภรรยาของนายตุ้ย และรถยนต์ก็เป็นของนายอนันต์ เฟื่องจำรัส ไม่ใช่ของนายตุ้ย และลูกเขยของชฎาพร คือ นายอดิศร ชูขันธ์ ก็มาอ้างว่า รถคันเกิดเหตุ เป็นของนายสมควร ช้างสาร ที่จริงแล้วนายอดิศร ชูขันธ์ ก็ให้การเท็จ รวมทั้ง นางชฎาพร ทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับในวันที่ 30 พ.ย.61แล้วทางตำรวจกองปราบร่วมกับ สภ.ทองหล่อ จับได้ 24 มิ.ย.62

จนกระทั่งทางญาติของสมควร ช้างสาร ได้ร้องยุติธรรมจังหวัด ร้องศูนย์ดำรงธรรม ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ก็เลยมาร้องเรียนผมเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (9 ส.ค.62) ผมก็เลยประสานไปยัง ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี ตรวจสอบ จนกระทั่งนายตุ้ย ยอมรับว่า มีการสวมชื่อจริง วันนี้จะได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำกบินทร์บุรี จากนี้ไปก็จะดำเนินการทางวินัยและอาญาทางเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพราะถือว่าเป็นขบวนการที่มีการสวมชื่อผู้ต้องหา ซึ่งเป็นกระบวนการค้าไม้พะยูง ที่เราพบเห็นในภาคอีสานก็เป็นแบบนี้ คือรับจ้างติดคุก อันนี้เอาชื่อมาสวมเฉยๆ และเอาคนบริสุทธิ์มาติดคุกเดือนกว่า และต้องดูคุมประพฤติด้วยว่า ศาลให้สืบเสาะ ทำไมสืบเสาะนายตุ้ย เป็นนายสมควร ได้อย่างไร ศาลให้รายงาน 4 ครั้ง ทำไมรายงานครั้งเดียว อีก 3 ครั้งไม่รายงาน เจ้าหน้าที่คุมประพฤติต้องตรวจสอบ ต้องชี้แจง และเรื่องของอำเภอมีการให้คัดทะเบียนราษฎร์ด้วย นายประกันคัดเอย่างไร ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใบมอบอำนาจ เป้าหมายในวันนี้ คือเอานายสมควร ช้างสาร ออกจากเรือนจำ

ต่อมา นายอัจฉริยะ เรื่องรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พล.ต.ต นราเดช กลมทุกสิ่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี ได้เดินทางไปที่เรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี พบกับ น.ส.พวงผกา เชื้อสุข ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี เจ้าหน้าทียุติธรรมจังหวัดปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติ เพื่อพูดคันข้อมูลเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมรอคำสั่งศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ที่พนักงานสอบสวน ภ.นาดี มีคำร้อง ขอยุติการฝากขังและขอปล่อยตัวผู้ต้อง คือ นายสมควร ช้างสาร ที่ต้องหา ว่า พรบ.ป่าไม้ พรบ.ยาเสพติดให้โทษฯ ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน

จนกระทั่งเวลา 14.00 น. ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี ได้อนุญาตให้เรือนจำอำเภอกบินทร์บุรีปล่อยตัว ทางเรือนจำจึงได้ทำการปล่อยตัว นายสมควร ช้างสาร ออกจากเรือนจำทันที โดยเจ้าตัวได้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ผมดีใจ ตื้นตันใจมาก พูดไม่ออก ตอนแรกที่ผมเข้ามาใจผมจะสลาย ผมพูดไม่ออก แต่ดีใจที่ได้ออก อยากฝากขอบคุณทีมงานที่ช่วยผมมาตลอด และทนายอัจฉริยะ ผมขอประกันก็ไม่ได้สักทีถ้าผมผิดผมก็จะบอกเมียว่ารอเอาศพผมออกมาได้เลยผมไม่ได้ถามว่าทำไมเอาชื่อเราไปสวม เขาบอกไม่ได้ตั้งใจ อ้างชื่อเรามาตลอด ก็เลยต้องใช้ไปเพราะเขาใช้มาตั้งแต่แรก พ่อของตุ้ยเป็นญาติทางแม่ของผม

นางใบพร ไชสวัสดิ์ อายุ 45 ปี ภรรยานายสมควร ช้างสาร กล่าวว่า รู้สึกว่าเราเป็นผู้ถูกกระทำ แต่เราก็ไม่รู้จะพึ่งใคร เราทำทุกอย่างตามที่ศาลแนะนำ ขอยื่นประกันตัวครั้งแรกก็ไม่ได้ ครั้งสองก็ไม่ได้ ครั้งที่สามล่าสุด ตั้งหลักทรัพย์ไป 4 แสน เราก็ไม่มีเงิน เราก็นำญาติพี่น้องมาจากอุบล เซนรับรองก็ไม่ได้ว่าคดีเป็นคดีรุนแรง ไม่สามารถปล่อยตัวชั่วคราวได้ วันที่เกิดเหตุเราก็ทำงานอยู่ด้วยกัน ที่โรงพยาบาลศิริราช วันนั้นเกิดเหตุ 2 ทุ่ม เราออกจากไซด์งานทุ่มกว่า จะเป็นไปได้ไหมเวลาเคลื่อนกันไม่ถึงชั่วโมง ตำรวจจับข้อหาตัดไม้พะยูงโดยสามีไม่รู้เรื่องเลย ขอขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ ถ้าเราไม่มีท่านก็ครอบครัวเราก็ไม่รู้จะอยู่อย่างไร พอท่านยื่นมือเข้ามาหาเราก็เหมือนกับท่านให้ชีวิตเรากับเรา อย่างสามีที่อยู่ข้างใน เขาไม่ได้ทำผิดก็ไม่รู้จะทุกข์ขนาดไหน ครอบครัวเราเดือดร้อน กระทบการทำงาน ทำงานก็ต้องตรวจสอบให้ละเอียด แม่แต่คนที่ถูกจับเขาไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ทำไมประกันตัวได้

นายตุ้ย หรือ นายแสงแก้ว วรราช (ผู้ต้องหาชาวลาว) กล่าวว่า เรื่องถูกจับไม้พะยูงผมไม่ได้สวมชื่อ เพราะผมใช้ชื่อนี้มาตลอดตั้งแต่แรกก่อนที่ผมจะแต่งงานอีก ชื่อผมจริง ๆคือ แสงแก้ว วรราช หัวหน้างานบอกว่าเป็นชื่อลาว เดี๋ยวเถ้าแก่จะไม่รับทำงาน ให้เอาชื่อเหมือนไทย ๆ โดยใช้ ชื่อสมควร ช้างสาร แต่เอกสารเกี่ยวกับสมควร ผมไม่ได้เอาไปอ้างอิง ผมชอบชื่อนี้ นามสกุลช้างสารเป็นนามสกุลทางญาติพ่อ จะได้อ้างว่าผมก็มีญาติ และวันนี้ขอโทษและรับผิดทุกอย่าง ผมเป็นคนต่างด้าวแต่พ่อผมเป็นคนไทย วันที่ไปตัดไม้พะยูงพอได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ผมก็หนี ทิ้งโทรศัพท์ อุปกรณ์ตัดไม้ และไม้ รถก็ผ่อนอยู่ แต่เป็นชื่อของอดิศร พ่อตาแม่ยายและคนในครอบครัวรู้หมดว่าผมชื่อนี้ แสงแก้ว เป็นชื่อจริงผมที่มาจากเวียงจันทน์

สายชล หนูแดง ปราจีนบุรี /ข่าว-ภาพ


แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : ทนายคนดังยื่นเรื่องสอบ 2 สภ.คดีจับแพะไม้พะยูง

ร่วมแสดงความคิดเห็น


http://www.khaochad.com/355105