khaochad.com

สองตายายดวงแข็ง! รถกระบะพุ่งเข้าร้านขายมะพร้าวเผา โชคดีหลบทันแค่ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ของวันที่ 13 สิงหาคม 2562 ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักพุ่งเข้าชนร้านขายมะพร้าวเผาริมทาง กม.ที่ 5 ขาเข้าอำเภอบ้านแพ้ว ถนนสายบ้านแพ้ว – พระประโทน หมู่ที่ 11 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน จึงแจ้งให้ ร.ต.ท.วิศรุต พจน์มนต์ปิติ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นร้านขายมะพร้าวเผาที่ปลูกสร้างในลักษณะเพิงขายของ มีนายไพรินทร์ กลิ่งกังวาฬ อายุ 53 ปี บ้านเลขที่ 16/3 หมู่ที่ 11 ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้วฯ กับ นางสมพร กลิ่งกังวาฬ อายุ 57 ปี สองสามีภรรยาเป็นเจ้าของร้าน ซึ่งสภาพร้านนั้นก็ถูกชนจนพังราบเป็นหน้ากลอง ข้าวของในร้านทั้งมะพร้าวเผา กะปิ น้ำตาล น้ำตาลสด และสินค้าอื่นๆ ภายในร้านเสียหายทั้งหมด หล่นกระจัดกระจายเกลื่อนถนน แต่ทางเจ้าของร้านและชาวบ้านได้ช่วยกันเก็บไปแล้ว ขณะที่ผู้บาดเจ็บ 1 คน คือ นางสมพรฯ เจ้าของร้าน ได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือขณะกระโดดหนี ซึ่งพลเมืองดีได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านแพ้วฯ ให้แพทย์ทำการตรวจรักษาไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง


ส่วนรถคันก่อเหตุที่เสียหลักพุ่งชนร้านขายมะพร้าวเผาริมทางจนพังราบเป็นหน้ากลองนั้น เป็นรถยนต์กระบะติดคอก สีเขียว ทะเบียน บว 3102 นครปฐม อยู่ในสภาพตัวรถด้านขวาเบียดติดอยู่กับเสาไฟฟ้าแรงสูง หน้ารถพังเสียหายยับ กระจกมองข้างหลุด ล้อรถด้านหน้าซ้ายหลุด แม็กซ์หัก ตัวรถทับอยู่บนกองไฟที่ใช้เผามะพร้าว จนทางเจ้าของร้านต้องเอาสายยางมาฉีดน้ำเข้าไปที่ใต้ท้องรถเพื่อดับไฟข้างใต้ เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุไฟลุกไหม้ตามมาได้ ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากแรงกระแทกเท่านั้น คือ นายธงชัย เดชปรารมภ์ อายุ 35 ปี ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเล่าให้ฟังเพียงแค่ว่า ตนเองกำลังขับรถจะกลับบ้านแถวตัวอำเภอบ้านแพ้ว ที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร แต่ก็มาเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

ทางด้านนายอำนาจ สุพรรณ อายุ 28 ปี คนขับรถบรรทุก 6 ล้อ ก็บอกว่า ตนเองขับนำหน้ารถยนต์กระบะมาในช่องทางด้านซ้าย ซึ่งก็ทิ้งระยะกันพอสมควร แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุตนเห็นมีรถบรรทุกพ่วงจอดอยู่ข้างทาง จึงเปิดไฟสัญญาณแล้วหักรถออกเพื่อจะขับในช่องทางด้านขวา แต่รถยนต์กระบะที่ขับตามมา เกิดเสียหลักพุ่งชนท้ายซีกขวาของรถบรรทุกพ่วง แล้วก็แฉลบมาโดนด้านข้างซ้ายของรถบรรทุก 6 ล้อที่ตนขับอยู่จนเป็นรอยขีด กระจกมองข้างแตก ก่อนที่จะหักหลบพุ่งเข้าไปชนกับร้านขายมะพร้าวเผาริมทางนั่นเอง
ขณะที่นายไพรินทร์ กลิ่งกังวาฬ พ่อค้ามะพร้าวเผาก็บอกว่า ลุงไม่เห็นว่ารถทั้งสองคันขับมากันอย่างไร มาเห็นก็ตอนที่รถพุ่งเข้ามาในร้านของตนแล้ว ทำให้ลุงกับป้าสมพร (ภรรยา) ที่นั่งอยู่หน้าร้านนั้นต้องรีบกระโดดหนี จนป้าสมพรได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือ คาดว่าอาจจะหัก ซึ่งลุงก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ทำให้ลุงและพ่อค้าแม่ค้าขายมะพร้าวเผาที่ปลูกร้านอยู่ติดๆ กันนั้น รู้สึกตกใจกลัว
ส่วนผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งเล่าว่า ตนเองก็หันไปเห็นตอนที่รถบรรทุก 6 ล้อ กับ รถกระบะขับตามกันมาในช่องทางขวา แต่ก่อนหน้านั้นไม่รู้ว่าขับกันมาในลักษณะไหน แล้วก็เห็นรถบรรทุกคล้ายกับจะหักรถออกมาช่องทางซ้าย ซึ่งรถกระบะก็จะขับเข้าซ้ายเหมือนกัน เลยทำให้รถทั้งสองคันเกิดเฉี่ยวกัน แล้วรถกระบะก็เสียหลักพุ่งชนร้านค้าข้างทาง


ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหาใคร ซึ่งจะต้องทำการสอบปากคำคนขับรถทุกคัน รวมถึงรถบรรทุกพ่วงที่จอดซื้อของกับผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทุกคนด้วย นอกจากนี้ยังจะได้หาหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดเพื่อประกอบสำนวนคดี ในการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ แต่เบื้องต้นรถทุกคันก็ได้เรียกตัวแทนบริษัทประกันภัยมาเจรจากันแล้ว

สำหรับนายไพรินทร์ กลิ่งกังวาฬ อายุ 53 ปี กับ นางสมพร กลิ่งกังวาฬ อายุ 57 ปี สองสามีภรรยา สองตายายเจ้าของร้านขายมะพร้าวเผาริมทางนั้น ก็นับว่าดวงแข็งโชคดีเป็นอย่างมากที่แม้ร้านจะพังราบเป็นหน้ากลอง แต่ตัวเองไม่เป็นอะไร แค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *