ส.ส.มงคลกิตติ์เข้าตรวจสอบโรงเรียนอัสสัมชัญกรณีเครนก่อสร้างถล่ม

เปิดอ่าน 3,490 views
ถูกแชร์ทั้งหมด :: 0

ส.ส.มงคลกิตติ์เข้าตรวจสอบโรงเรียนอัสสัมชัญกรณีเครนก่อสร้างถล่ม วันนี้ 20 มิถุนายน 62  ช่วง 10.00 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์  ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคไทยศรีวิไลย์พร้อมคณะทำงาน
เลขาธิการพรรค คุณวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริและทีมงานพรรคเพื่อสังเกตุโครงสร้างตัวตึกที่เครนบรรจุเศษปูนรับน้ำหนักไม่ไหวทำให้แผ่นปูนสำเร็จและเหล็กนั้งร้านหล่นทับเด็กนักเรียนทำให้เด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังเข้าตรวจสอบพื้นที่แล้วจะเดินทางไปยังโรงพยาบาลเพื่อเยี่ยมน้องที่ได้รับบาดเจ็บ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อสอบถามอาการน้องกับหัวหน้าพยาบาลประจำห้องฉุกเฉิน. พบว่ามีอาการกะโหลกร้าวอยู่หลายจุด ล่าสุดต้องรอสังเกตอาการน้องภายใน 48 ชม.  แต่ตอนนี้ครบ 24 ชม.แล้วอาการดีขึ้น สามารถโต้ตอบได้


ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากกรณี เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 62 เวลา 10.40 น. เกิดเหตุไม่คาดฝัน เครนก่อสร้างในไซต์ก่อสร้างต่อเติมของโรงแรมย่านถนนเจริญกรุง ตกลงมาบริเวณหลังคาที่คลุมสนามบาสเกตบอลของโรงเรียนอัสสัมชันคอนแวนต์ ถนนเจริญกรุง กทม. ที่อยู่ติดกัน เป็นเหตุให้แผ่นโครงเหล็กหลังคาและอุปกรณ์ก่อสร้าง ถล่มลงมายังชั้นล่าง โดยขณะเกิดเหตุมีนักเรียนกำลังนั่งรวมแถวอยู่ภายในสนาม บาสเกตบอลดังกล่าว เป็นเหตุให้มีนักเรียนบาดเจ็บ 10 คน นำส่งโรงพยาบาลเลิดสิน และโรงพยาบาลเซ็นต์หลุยส์ เพื่อทำการรักษาพยาบาล จึงเป็นคำถามว่าทำอย่างไรจึงจะลดอุบัติเหตุจากเครนก่อสร้างที่มีอยู่ทั่วเมือง ? เพื่อเสริมสร้างให้กรุงเทพมหานครและเมืองต่างๆ เป็นสังคมปลอดภัย


ส่วนแนวทางการดำเนินการได้รับคำชี้แจ้งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้
รศ.เอนก ศิริพานิชกร ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) กล่าวว่า ในการพัฒนาเศรษฐกิจและคมนาคมขนส่งของประเทศที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องใน กทม. และเมืองใหญ่ ทั้งการก่อสร้างอาคารสูง ที่อยู่อาศัยระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ ที่มีการนำเครื่องจักรกลขนาดใหญ่เช่น ปั้นจั่นหรือเครน มาใช้เป็นเครื่องทุ่นแรงและอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะภาคธุรกิจการก่อสร้างอาคารสูง ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการให้เช่าและตัวแทนจำหน่ายปั้นจั่นกว่า 200 ราย และมีการใช้งานเครนรวมทั่วประเทศกว่า 1,500 เครื่อง จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากเครนก่อสร้าง ตลอด 2 ปีที่ผ่านมามีจำนวนการเกิดอุบัติเหตุจากเครนไปแล้วกว่า 20 ครั้ง ได้สร้างผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้สัญจร รวมทั้งความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมากมาย และยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นตามปริมาณกิจกรรมของการก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คอนโดมิเนียม รวมไปถึงโครงการขนาดใหญ่รูปแบบต่างๆ ทุกฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและหลักความปลอดภัย เช่น ตามข้อบัญญัติ กทม.ห้ามส่วนหนึ่งส่วนใดของเครนออกนอกพื้นที่ก่อสร้าง, การแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตั้งเครน ควรให้มีการแจ้งเพื่อติดดั้งเครน ซึ่งต้องมีผู้รับผิดชอบความปลอดภัยลงนามกำกับ, ผู้ดำเนินการการก่อสร้างผู้ดำเนินการก่อสร้างหรือเจ้าของอาคารต้องทำประกันภัยบุคคลที่ 3 เป็นต้น

คุณหฤษฏ์ ศรีนุกูล คณะอนุกรรมการยกหิ้วและปั้นจั่นไทย วสท. กล่าวว่า การใช้เครนให้ปลอดภัยนั้นมีบุคลากร 4 กลุ่ม ที่เกี่ยวข้องคือ 1. ผู้ขับเครน ซึ่งต้องผ่านการอบรมความรู้และทักษะความเชี่ยวชาญตามมาตรฐาน 2. ผู้ให้สัญญาณ  3. ผู้ผูกรัดวัสดุ  4.ผู้ควบคุมการใช้เครน ทั้งนี้ ในการประกอบหรือติดตั้ง หรือแก้ไขดัดแปลงเครนนั้น จะต้องมีวิศวกรเครื่องกลมาควบคุมการปฏิบัติงานดังกล่าวตลอดเวลาซึ่งต้องมีใบอนุญาตตามวิชาชีพวิศวกร ในการลดปัญหาเครนถล่มขอแนะนำว่า ควรเพิ่มความรู้ความเชี่ยวชาญในการติดตั้ง ปฏิบัติการเครน โดยอบรมอย่างเข้มข้นตามมาตรฐานที่ถูกต้อง, โครงการอสังหาริมทรัพย์และงานก่อสร้างต่าง ๆ ควรให้ความสำคัญและเพิ่มมูลค่างบประมาณด้านความปลอดภัยอย่างมีคุณภาพให้มากขึ้น และเข้มงวดในการปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย ขั้นตอน และการควบคุมตามกฎหมายด้วย

     

   แนวทางการลดอุบัติเหตุจากเครนก่อสร้าง เพื่อเสริมสร้างกรุงเทพมหานครและเมืองต่างๆ ประเทศไทยให้เป็น “สังคมปลอดภัย” ต้องปฏิบัติตามหน้าที่และความรับผิดชอบโดยคำนึงถึงคุณภาพและความปลอดภัยตามกฎกระทรวง 1. ด้านผู้ออกแบบ ออกแบบและจัดทำรายละเอียดในการออกแบบที่ชัดเจนและสามารถนำไปใช้ในการดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่พึงกระทำตามวิชาชีพ”  2. ด้านวิศวกรผู้ควบคุมงาน ต้องอำนวยการหรือควบคุมให้มีการป้องกันภยันตรายที่อาจเกิดต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน ในสถานที่ก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคาร และบริเวณข้างเคียงให้เป็นไปตามแผนงาน ขั้นตอน และวิธีการที่ผู้ดำเนินการกําหนดไว้ 3. ด้านผู้ดำเนินการ ดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารตามแผนงาน ขั้นตอน และวิธีการที่เจ้าของอาคารเห็นชอบ และต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ จนกว่าการดำเนินการดังกล่าวจะแล้วเสร็จ 4. ด้านเจ้าของอาคาร กำกับดูแลการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารและการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ประกอบอาคาร รวมทั้งการรื้อถอนและเคลื่อนย้ายอาคาร ให้เป็นไปตามแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับ รวมถึงกำกับดูแลการป้องกันภัยอันตรายที่อาจเกิดต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินในสถานที่ก่อสร้าง

นอกจากนี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ยังมี ข้อแนะนำสำหรับประชาชน เมื่อข้างบ้านมีการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ดังนี้  1. ก่อนเริ่มการก่อสร้าง ผู้ควบคุมงานหรือผู้รับเหมาโครงการก่อสร้างจะต้องติดต่อกับเจ้าของบ้านหรืออาคารข้างเคียงโดยรอบ เพื่อทำการสำรวจสภาพปัจจุบันของอาคารรายรอบแต่ละหลัง เพื่อเป็นข้อมูลในการเตรียมการป้องกันปัญหาเบื้องต้น ซึ่งเจ้าของโครงการก่อสร้างมักจะทำประกันเพื่อชดใช้ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว ดังนั้น หากมีการก่อสร้างแล้วยังไม่มีผู้มาติดต่อขอตรวจสอบ เจ้าของบ้านควรติดตามกับผู้รับเหมาให้มาทำการสำรวจสภาพปัจจุบัน หากไม่มีผู้มาติดต่อเลย หรือไม่ผู้รับเหมาไม่สนใจ แนะนำให้ถ่ายภาพสภาพปัจจุบันของบ้านหรืออาคารของตนเก็บไว้เองเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน 2. สำรวจสภาพภายใน และภายนอกบ้านหรืออาคาร หากพบว่ามีพื้นที่ส่วนใดที่เสี่ยงต่อการพังทลายได้ เช่น ส่วนต่อเติมที่มีความเสียหายอยู่แล้ว แนะนำให้ติดต่อผู้รับเหมาให้มาดำเนินการค้ำยันให้แข็งแรงก่อนที่จะพังในขณะที่มีงานก่อสร้าง 3. ช่วงการก่อสร้างชั้นใต้ดินจะเป็นงานที่มักจะมีผลกระทบต่ออาคารข้างเคียงมากที่สุด เพราะดินอาจเลื่อนตัวได้ ทำให้อาคารแตกร้าวเสียหายได้ค่อนข้างมาก หากเจ้าของบ้านพบความผิดปกติ เช่น ผนังเกิดรอยแตกร้าวขึ้น พบรอยแตกที่พื้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ต้องรีบแจ้งผู้รับเหมาก่อสร้างให้มาตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อปรับแก้วิธีการทำงานเพื่อลดผลกระทบ 4. หากได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง เช่น ฝุ่นผง, เสียง, กลิ่น รวมไปถึงความสั่นสะเทือนจากการทำงาน เจ้าของบ้านควรขอเบอร์โทรศัพท์ผู้ที่รับผิดชอบเพื่อแจ้งให้ปรับปรุงวิธีการทำงาน หรือในบางกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ ผู้รับเหมาก่อสร้างมีหน้าที่จะต้องดูแลผู้ได้รับผลกระทบ เช่น ติดตั้งแผงกันวัสดุตก ,แผงบังฝุ่น, ผนังกันเสียงเพื่อลดเสียง หรือแม้แต่ย้ายผู้ได้รับผลกระทบออกจากพื้นที่ชั่วคราว เป็นต้น


แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : ส.ส.มงคลกิตติ์เข้าตรวจสอบโรงเรียนอัสสัมชัญกรณีเครนก่อสร้างถล่ม

ร่วมแสดงความคิดเห็น


http://www.khaochad.com/337883