กสศ. ถอดบทเรียนเพิ่มทักษะพัฒนาแรงงานจากความสำเร็จของเอสโตเนีย

เปิดอ่าน 1,753 views
ถูกแชร์ทั้งหมด :: 0

เมื่อวันที่ 28 พ.ค.62​ ที่ห้องอารีย์ 1 ชั้น 22 โรงแรมเดอะ ควอเตอร์ อารีย์ ศ.ดร.นักสิทธิ์ คูวัฒนาชัย ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ms.kairi solmann (ไครี โซลมานน์) ผู้บริหารโครงการสำนักการศึกษาและพัฒนาผู้ใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการและการวิจัย ประเทศเอสโตเนีย และนางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผอ.สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ. เข้าร่วมประชุมวิชาการนานาชาติ “ยุทธศาสตร์การพัฒนาและการเพิ่มทักษะดิจิตอลให้แก่กลุ่มประชากรวัยแรงงานที่ด้อยโอกาส : บทเรียนและประสบการณ์จากประเทศเอสโตเนีย”
ศ.ดร.นักสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับแรงานในระบบมีอยู่ประมาณ 17 ล้านคน แบ่งเป็นระดับปริญญาตรี 4 ล้านคน อาชีวศึกษา 2.2 ล้านคน นอกนั้นเป็นแรงงานที่มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่าระดับชั้น ม.6 ซึ่งโจทย์ปัญหาแรงงานในประเทศไทยที่ต้องเตรียมรับมือในอนาคตก็คืออีก 5-10 ปี ข้างหน้า แรงงานกลุ่มนี้จะถูกแทนด้วยระบบอัตโนมัติ ขณะเดียวกันสิ่งที่ประเทศไทยต้องวางแผนรับมือปัญหานี้ก็คือ ต้องผลิตแรงงานให้ตรงกับความต้องการโดยมีทักษะความรู้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในอนาคตได้ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบปัญหานี้
“ยกตัวอย่างเช่น แต่ละปีประเทศไทยสามารถผลิต ผู้จบการศึกษาในสาขาวิศวะคอมพิวเตอร์ได้ปีละ 20,000 คน แต่พบว่าในจำนวนดังกล่าวาสามารถไปปฏิบัติทำงานได้จริงเพียง 1,000 คนเท่านั้น และส่วนใหญ่เลือกไปทำงานในต่างประเทศ”ศ.ดร.นักสิทธิ์ กล่าว

นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า การพูดคุยในที่ประชุมวิชาการนานาชาติฯ ได้พูดถึงเรื่องการพัฒนาแรงงานอย่างไร โดยทาง กสศ.กำลังเริ่มโครงการพัฒนาฝีมือหรือพัฒนาอาชีพ สำหรับกลุ่มแรงงาน 1.0 หรือ 2.0 ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่อยู่ในภาคเกษตรกรรม และอยู่ตามชนบทถือว่ามีอยู่จำนวนมาก โดยหลักการไม่ใช่การนำแรงงานเหล่านี้เข้ามาในห้องฝึกอบรมเท่านั้น แต่หลักใหญ่อยู่ที่การทำงานกับชุมชน

นพ.สุภกร กล่าวว่า การดำเนินการจะเริ่มต้นทำงานศึกษาชุมชนในแต่ละแห่งตามชนบท คาดว่าจะมีประมาณ 50 แห่งทั่วประเทศ โดยดูว่าในพื้นที่ตรงนั้นมีกีดความสามารถที่จะประกอบการใด หรือมีศักยภาพใดที่จะประกอบกิจการประเภทใดให้เกิดผลสำเร็จ จากนั้นจะนำมาสู่การกำหนดว่าแต่ละชุมชนจะมีการฝึกอาชีพให้กับแรงงานที่ตกค้างในชนบทอย่างไร คาดว่าจะเริ่มต้นทำได้ประมาณ 5,000-10,000 คน โครงการนี้ทาง กสศ. คาดว่าจะเริ่มต้นในช่วง 1-2 เดือนนี้

“ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนเชิญชวนสถาบันการศึกษาที่เก่งในด้านการฝึกอบรมระยะสั้นด้านอาชีพ ให้เป็นแกนในการขับเคลื่อนร่วมกับชุมชน เพราะฉะนั้นจึงอยู่ในขั้นตอนการเชิญชวนสถาบันการศึกษาก่อน เมื่อได้สถาบันการศึกษาก็จะดึงชุมชนมาด้วย จากนั้นเรามาวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชนแต่ละแห่ง ตรงนั้นจะเป็นโจทย์ว่าต้องพัฒนาอาชีพด้านใด ผ่านการวิเคราะห์ชุมชนก่อน” นพ.สุภกร กล่าว

ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า อย่างประเทศเอสโตเนียที่มาประชุมกับ กสศ.ถือเป็นประเทศที่ได้รับสมยานามว่า ‘Silicon Valley’ ของยุโรปที่พัฒนาไปเร็วมาก ใช้เวลาไม่ถึง 30 ปี เปลี่ยนประเทศยากจนเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ปัจจุบันมีรายได้ต่อหัวมากกว่าประเทศไทยถึง 7 เท่า โดยประเทศเอสโตเนียมีขนาดเท่ากับจังหวัดเชียงใหม่ของประเทศไทย มีประชากรราว 1.3 ล้านคน และมีการพัฒนาประเทศควบคู่ไปพร้อมกันทั้งผู้ใหญ่และเด็กนักเรียน เพราะฉะนั้นสตาร์ทอัพ (star up) ของประเทศเอสโตเนียถือว่าสูงมาก สูงกว่ายุโรปหลายเท่า และทำให้ระบบโรงเรียนสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีขีดความสามารถสูงไม่ขาดสาย อย่างเช่น การสอบ PISA ปี 2015 เอสโตเนียอยู่ในระดับท็อป 5 ของโลก
นางสาวธันว์ธิดา กล่าวว่า ประเด็นที่น่าสนใจจากการประชุมคือประเด็นแรงงาน ที่จะทำอย่างไรให้สร้างแรงจูงใจให้แรงงานแต่ละระดับอยากเรียนเพื่อเพิ่มทักษะ ซึ่งพบว่าประเทศเอสโตเนียใช้วิธีสร้างแรงจูงใจให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง โดยส่วนของนายจ้างหากมีนโยบายส่งเสริมให้ลูกจ้างไปเรียนรู้เพิ่มเติม สามารถที่จะนำโครงการดังกล่าวไปลดหย่อนภาษีได้ ในขณะที่ในส่วนของลูกจ้างเอง ได้กำหนดให้สามารถลาหยุดงานเพื่อไปเรียนเพิ่มเติมเฉลี่ยสูงสุดถึง 30 วันต่อปี ขณะเดียวกันยังมีการจัดแคมเปญรณรงค์ให้แรงงานทุกระดับชั้นเข้าเรียนเพื่อเพิ่มทักษะอย่างต่อเนื่อง

น.ส.ไครี กล่าวว่า ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญของประเทศเอสโตเนียในนโยบายการศึกษาส่าหรับประชากรวัยทำงานที่มีประสิทธิภาพ โดยรากฐานของนโยบายที่มีประสิทธิภาพมาจากยุทธศาสตร์และนโยบายด้านการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ การประสานงานนโยบายการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่เข้ากับนโยบายระดับชาติอื่นๆ รวมถึงกลไกการปรับนโยบายให้เหมาะสมทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์การเรียนรู้ตลอดชีวิตของเอสโตเนีย 2020 ได้พุ่งเป้าไปที่การสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันและการมีส่วนร่วมในการศึกษาตลอดชีวิตจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผ่านการให้ความสำคัญกับทักษะดิจิตอลในการศึกษาตลอดชีวิต โดยเพิ่มการมีส่วนร่วมในการศึกษาตลอดชีวิตถึง20% ภายในปี2020 ซึ่งเป้าหมายนี้ยังเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้ของโครงการปฏิรูประดับชาติ “Estonia 2020” อีกด้วย และลดจำนวนของประชากรวัยแรงงงานที่ไม่มีการศึกษาทั้งสายสามัญและสายอาชีวะ
น.ส.ไครี กล่าวว่า การประสานนโยบายการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ ได้กำหนดให้ สภาการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่แห่งชาติ (National Council for Adult Education)เป็นผู้ประสานนโยบายการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ระหว่างผู้กำหนดนโยบาย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ให้บริการการศึกษาทางสภาฯจะมีส่วนร่วมในการจัดทำนโยบายการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ ตรวจสอบการนำไปปฏิบัติและผลของนโยบาย และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผน การระดมทุน และการจัดระเบียบการศึกษาสำหรับผู้ใหญ่ในเอสโตเนีย

“ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญความเท่าเทียมและการเข้าถึงการศึกษาการลงทุนด้านการศึกษาการตอบสนองความต้องการของผู้จ้างงาน โดยมาจากรากฐานความสำเร็จในการเข้าถึงและความพร้อมของโอกาสทางการศึกษา ทั้งเรื่องงบประมาณของรัฐสำหรับกลุ่มเป้าหมายพิเศษ การพัฒนาทักษะพื้นฐาน ที่รวมไว้ในโปรแกรมการศึกษาผู้ใหญ่ การศึกษาที่อยู่บนพื้นฐานของการปฏิบัติงานจริง รวมถึงให้ความช่วยเหลือนายจ้างในการพัฒนาทักษะของลูกจ้าง รวมทั้งการรักษาลูกจ้างไว้”น.ส.ไครี กล่าว
น.ส.ไครี กล่าวว่า การให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และประสบการณ์การทำงานที่มีอยู่เดิม และการให้ความสำคัญกับการศึกษาและประสบการณ์การทำงานที่มีอยู่เดิม ตลอดจนการให้คำปรึกษาด้านอาชีพโดยสำนักช่วยเหลือผู้ว่างงานสำหรับทั้งผู้ใหญ่ที่มีงานทำและว่างงาน แม้แต่การลาหยุดงานเพื่อเข้าเรียน สูงสุด30 วันต่อปีหากต้องการสำเร็จการศึกษาสายสามัญ ผู้เรียนสามารถยื่นเรื่องขอวันหยุดเพิ่มเติมเพื่อเข้าเรียนได้ (15 วัน) และเมื่อเข้าร่วมในการฝึกอบรมเกี่ยวกับงานหรือการศึกษาสายสามัญผู้เรียนจะได้รับค่าแรงตามค่าเฉลี่ยเป็นเวลา 20 วันด้วย
ทั้งนี้ ผู้เรียนจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีรายได้สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลเมื่อเข้าเรียนในหลักสูตรที่อิงตามมาตรฐานวิชาชีพ และสำหรับชั้นเรียนภาษาเอสโตเนีย

ภาพ/ข่าว​ สมัย​ นิกูล​รัมย์​


แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : กสศ. ถอดบทเรียนเพิ่มทักษะพัฒนาแรงงานจากความสำเร็จของเอสโตเนีย

ร่วมแสดงความคิดเห็น


http://www.khaochad.com/331309