พายุฤดูร้อนพัดต้นลำไยที่ลำพูน หักล้มเสียหายโดยสิ้นเชิง หนักสุดในรอบ 10 ปี ผู้ว่าฯ ห่วง ย้ำให้เร่งสำรวจความเสียหายโดยเร็ว ด้านเกษตรจังหวัด ขอให้เกษตรกรมีกำลังใจวางแผนเพาะปลูกใหม่อีกครั้ง

เปิดอ่าน 1,912 views
ถูกแชร์ทั้งหมด :: 0

พายุฤดูร้อนพัดต้นลำไยที่ลำพูน หักล้มเสียหายโดยสิ้นเชิง หนักสุดในรอบ 10 ปี ผู้ว่าฯ ห่วง ย้ำให้เร่งสำรวจความเสียหายโดยเร็ว ด้านเกษตรจังหวัด ขอให้เกษตรกรมีกำลังใจวางแผนเพาะปลูกใหม่อีกครั้ง

พายุฤดูร้อนพัดต้นลำไย หักล้มเสียหายโดยสิ้นเชิง หนักสุดในรอบ 10 ปี โรงผลิตเมล่อน YSF ที่กำลังให้ผลผลิต พังถล่มเสียหายมูลค่ากว่าสองแสนบาท ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ห่วงใยสั่งการเร่งสำรวจโดยเร็ว ย้ำ หากท้องถิ่นงบประมาณไม่เพียงพอ ให้พิจารณาใช้งบทดลองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด ด้านเกษตรจังหวัด เผย ขอให้เกษตรกรมีกำลังใจ เตรียมวางแผนเพาะปลูกพืชระยะสั้นเพื่อสร้างรายได้ร่วมกับลงกล้าพันธุ์ใหม่

จากกรณีการเกิดพายุฤดูร้อนลมกระโชกแรง ในพื้นที่จังหวัดลำพูน เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2562 เวลา 16.30 น. โดยประมาณ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้สั่งการให้นายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งเข้าสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นทันที เบื้องต้นมีรายงานความเสียหายสถานที่ราชการ บ้านเรือน ต้นไม้ล้มทับเส้นทาง ในพื้นที่ 4 อำเภอ 18 ตำบล ได้แก่ อำเภอเวียงหนองล่อง 1 ตำบล ได้แก่ ตำบลหนองยวง อำเภอบ้านโฮ่ง 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลบ้านโฮ่ง และตำบลหนองปลาสะวาย อำเภอป่าซาง 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลป่าซาง ตำบลมะกอก ตำบลน้ำดิบตำบลม่วงน้อย และอำเภอเมืองลำพูน 11 ตำบล ได้แก่ ตำบลในเมือง ตำบลเวียงยอง ตำบลเหมืองง่า ตำบลเหมืองจี้ ตำบลบ้านกลาง ตำบลป่าสัก ตำบลต้นธง ตำบลศรีบัวบาน ตำบลหนองหนาม ตำบลริมปิง และตำบลบ้านแป้น ล่าสุดขณะนี้ (22 เมษายน 62) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการสำรวจความเสียหาย จากนั้นจะมีการพิจารณาให้ความช่วยเหลือโดยใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากไม่เพียงพอจะมีการใช้เงินทดลองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดตามระเบียบของทางราชการต่อไป

ด้าน นางจำเนียร แสนราชา เกษตรจังหวัดลำพูน เปิดเผยถึงความเสียหายด้านการเกษตรว่า กำลังอยู่ระหว่างเร่งการสำรวจความเสียหายเช่นกัน เบื้องต้นมีรายงานความเสียหายที่พบคือต้นลำไยอยู่ระหว่างติดผลผลิตได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง ลำต้นหักโค่น สร้างความเสียหายจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นสวนของเกษตรกรในเขตพื้นที่อำเภอป่าซาง ทั้งนี้ ศูนย์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ต้นลำไยโค่น หักล้มได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบรายงานความเสียหายแปลงเมล่อนที่กำลังให้ผลผลิต ภายในศูนย์บ่มเพาะด้านเกษตรของกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) โรงผลิตได้รับความเสียหายถูกพายุพัดพังเสียหายเกือบทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ามากกว่าสองแสนบาท

เกษตรจังหวัดลำพูน กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น พายุเกิดขึ้นรวดเร็วในระยะเวลาสั้นๆ แต่พายุฤดูร้อนครั้งนี้นับเป็นพายุที่สร้างความเสียหายให้แก่เกษตรกรของลำพูนในรอบ 10 ปี จึงอยากให้กำลังใจเกษตรกรทุกคนที่ได้รับผลกระทบ และขอให้เกษตรกรได้สำรวจความเสียหาย แล้วแจ้งต่ออาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน หรือ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรับการเยียวยาช่วยเหลือ ทั้งนี้ จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน หลังจากการประกาศภัยพิบัติ โดยได้ให้คำแนะนำแก่เกษตรกรว่า ภายหลังจัดการพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ควรวางแผนการสร้างรายได้เพาะปลูกพืชระยะสั้นทดแทนไปพลางก่อน สามารถเลือกปลูก ผักคะน้า ผักบุ้ง ผักชี ในแปลงเพาะปลูกร่วมกับการลงกล้าพันธุ์ลำไยใหม่อีกครั้ง โดยสามารถขอคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่เกษตรตำบล เกษตรอำเภอ หรือเกษตรจังหวัดทุกแห่งได้ทุกเมื่อ เจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมให้คำแนะนำด้วยความเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ เกษตรกรควรติดตามข้อมูลข่าวสารการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ภาพ/ข่าว กฤตยชญ์ พิงคะสัน ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน


แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : พายุฤดูร้อนพัดต้นลำไยที่ลำพูน หักล้มเสียหายโดยสิ้นเชิง หนักสุดในรอบ 10 ปี ผู้ว่าฯ ห่วง ย้ำให้เร่งสำรวจความเสียหายโดยเร็ว ด้านเกษตรจังหวัด ขอให้เกษตรกรมีกำลังใจวางแผนเพาะปลูกใหม่อีกครั้ง

ร่วมแสดงความคิดเห็น


http://www.khaochad.com/320031