“บิ๊กตู่”-“ซูจี” ร่วมเปิดสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ แห่งที่ 2 เชื่อมสัมพันธ์เศรษฐกิจการค้า ประชาชนนับ 10,000 คนร่วมต้อนรับและแสดงความยินดีพร้อมเดินหน้าโครงการเมกะโปร์เจ๊กส์

เปิดอ่าน 2,912 views
ถูกแชร์ทั้งหมด :: 0

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะเช่นนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางมาร่วมปิดสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ ข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2 และด่านพรมแดน แห่งที่ 2 ที่บ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ 7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ร่วมกับนางอ่องซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และคณะผู้นำเมียนมาร์ บริเวณกลางสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ แห่งที่ 2 โดยมีการตัดริบปริ้น และกล่าวแสดงความยินดีในการเปิดเส้นทาง การค้า-การลงทุนและการท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่ง เป็นจุดผ่านแดนถาวรที่ไทยและเมียนมาร์จะใช้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ในทุกๆด้าน นอกเหนือจากความสัมพันธ์และไมตรีที่ดีของทั้ง 2 ประเทศ โดยมีนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ดร.เทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จ.ตาก หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดตาก ให้การต้อนรับ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติ ที่ได้ร่วมเปิดสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมาแห่งที่ 2 นี้ แสดงให้เห็นถึงสายสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ ตอกย้ำการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ บนพื้นฐานการเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดในการส่งเสริมผลประโยชน์แห่งชาติร่วมกัน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อเปิดให้ประชาชนข้ามแดนได้แล้ว หน่วยงานราชการของไทยและสหภาพเมียนมา จะยังคงประสานและปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกันเช่นนี้ตลอดไป ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและตัวแทนประชาชนชาวไทยทุกคน มีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ทั้งสองประเทศจะมีเส้นทางการคมนาคมขนส่งเส้นทางหลักเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง ที่จะช่วยเติมเต็มการพัฒนาของทั้งสองประเทศให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ในปัจจุบัน ซึ่งมีถึง 5 กรอบความร่วมมือ ได้แก่ กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง สะพานแห่งนี้จะเป็นจุดเชื่อมเส้นทางตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก กรอบความมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับสนับสนุนความร่วมมือในหลากหลายสาขา ทั้งทางวิชาการและเศรษฐกิจ และสุดท้าย กรอบความร่วมมือทวิภาคีไทย-เมียนมา โดยสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 แห่งนี้ เป็นตัวอย่างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมของทั้งสองประเทศ

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและนางอองซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ร่วมประกอบพิธีฉลองความสำเร็จการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมย ตองยิน แห่งที่ 2เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือไทย-เมียนมา และถ่ายภาพหมู่บริเวณจุดกึ่งกลางสะพาน โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและนางอองซาน ซูจี ได้หารือทวิภาคี ถึงความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ด้วย

พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ ยังได้เดินทางมาพบกับประชาชนนับ 10,000 คน ที่มารอให้การต้อนรับที่บริเวณด่านพรมแดน 2 และได้มีการแสดงสัญญาลักษณ์ I LOVE YOU พร้อมแสดงความยินดีกับประชาชนคนไทยที่จะได้ใช้สะพานมิตรภาพฯเพื่อสร้างเศรษฐกิจ-รายได้ ให้การค้าในพื้นที่ชายแดนอย่างมหาศาลในอนาคต โดยนายกรัฐมนตรีพร้อมจะร่วมเดินหน้า ในการสนับสนุนโครงการและการพัฒนาต่างๆให้กับชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก และเร่งสนับสนุนโครงการเมกะโปร์เจ๊กส์ที่ต่อเนื่องภายหลังเปิดสะพานมิตรภาพฯแห่งที่ 2 บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก East-West Economic Corridor- EWEC นครแม่สอด-เมืองเมียวดี ให้เป็นเมืองเศรษฐกิจชั้นนำของภูมิภาค Asean Economics Community – AEC โดยการขอสนับสนุนโครงการสำคัญๆที่ต่อยอดกับสะพานมิตรภาพฯ เช่นโครงการเส้นทางพิเศษระหว่างเมือง-เส้นทางมอเตอร์เวย์ ตาก แม่สอด-โครงการขุดเจาะอุโมงค์-โครงการเส้นทางรถไฟ สายนครสวรรค์ กำแพงเพชร-ตาก-แม่สอด และการเดินหน้าพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก(แม่สอด-พบพระ-แม่ระมาด) ฯลฯ

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับ ถนน เส้นทาง R 2 ที่เชื่อมสะพานมิตรภาพไทย-เมียนม่าร์ แนวเส้นทางระเบียง เศรษฐกิจ East-West Economic Corridor- คือประตู อาเซียน สู่ อินเดีย-ตะวันออกกลาง-ยุโรป ทำให้เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก(แม่สอด-พบพระ-แม่ระมาด) คือศูนย์กลางเมืองเศรษฐกิจระดับชั้นนำของไทย ซึ่งโครงการสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ แห่งที่ 2 นั้นได้ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 1,600 ล้านบาท เฉพาะในส่วนของถนน และงบประมาณในส่วนของการสร้างสะพานตัวเล็ก 9 ตัว และสะพานมิตรภาพฯแห่งที่ 2 จะใช้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท พร้อมอาคารสำนักงานด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก (ด่านแม่สอด)-ด่านศุลกากรแม่สอด-ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ- One stop service-ส่วนราชการที่ต้องดำเนินการกับฝ่ายเมียนมาร์ ฯลฯ นับว่าเป็นการลงทุนที่เกินจุดคุ้มทุนอย่างมหาศาล ซึ่งปัจจุบันนี้ แม่สอด(ตาก)-เมียวดี นั้นเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก(แม่สอด)และเขตพัฒนาเศรษฐกิจเมืองเมียวดี MYAWADDY TRADE ZONE และภายหลังการเปิดใช้สะพานมิตรภาพฯแห่งที่ 2 นี้ จะเป็นเส้นทางการส่งสินค้า ให้รถบรรทุกขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ วิ่งผ่าน คาดว่าเมื่อมีการเปิดใช้สะพานแห่งที่ 2 แล้ว ประกอบการการก่อสร้างเส้นทางถนน 4- 6 ช่องทางจราจร บนเส้นทาง EWEC ตาก-แม่สอด เพื่อไปเชื่อมกับเส้นทางในสหภาพเมียนมาร์ แม่สอด-จังหวัดเมียวดี-กอกาเรก-และเมืองผาอัน เมืองหลวงรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งจะทำให้มูลค่าการค้าชายแดนด่านแม่สอด-เมียวดี จากเดิม ปีละประมาณ 70,000- 80,000 ล้านบาท ทะลุนับ 100,000 ล้านบาท ในช่วงปี 2562 เป็นต้นไป และจะทวีเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนและการลงทุนภาคอุตสาหกรรมอื่นๆที่ต่อเนื่อง รวมไปถึงภาคธุรกิจการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ

ภาพ/ข่าว ธนารักษ์ พินิจวงศ์

 


แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : “บิ๊กตู่”-“ซูจี” ร่วมเปิดสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ แห่งที่ 2 เชื่อมสัมพันธ์เศรษฐกิจการค้า ประชาชนนับ 10,000 คนร่วมต้อนรับและแสดงความยินดีพร้อมเดินหน้าโครงการเมกะโปร์เจ๊กส์

ร่วมแสดงความคิดเห็น


http://www.khaochad.com/309475