มงคลกิตติ์ มาร์คพิทบูล นำชาวบ้านบุกที่ทำการอำเภอชะอวด สอบถามเงินชดเชยน้ำท่วมปี 59 คาซังกว่า 3ปี(มีคลิป)

เปิดอ่าน 15,762 views
ถูกแชร์ทั้งหมด :: 0

มงคลกิตติ์ มาร์คพิทบูล นำชาวบ้านบุกที่ทำการอำเภอชะอวด สอบถามเงินชดเชยน้ำท่วมปี 59 คาซังกว่า 3ปี


วันนี้ 11 ม.ค.62 เวลา 9:00 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นายณัชพล สุพัฒนะ รองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ นางสาวภคอรจันทรคณาโฆษกพรรคเดินทางมาที่อำเภอชะอวดจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนชาวอำเภอชะอวดยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านมายังนายอำเภอชะอวดในกรณีที่น้ำท่วมปี 59 ซึ่งชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในน้ำท่วมยังไม่รับเงินชดเชยและเงินเยียวมากว่า 1,000 เรือน โดยเรื่องดังกล่าวได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ผ่านมายัง นายประยงค์ คงนุ่น อดีตกำนันว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคไทยศรีวิไลย์ เขต 3 อำเภอชะอวด โดยมีตัวแทนชาวบ้านกว่า 200 คน มาร้องทุกข์กับทีมงานพรรคไทยศรีวิไลย์


เมื่อทางทีมงานพรรคไทยศรีวิไลย์เดินทางมาถึงชาวบ้านก็ให้การต้อนรับ และดีใจที่คณะผู้บิหารได้เห็นความสำญคัญได้ลงมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทั้งด้านนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หลังรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนทราบถึงปัญหาที่แท้จริงจึงเรียนไปยังนายอำเภอแต่ปรากฏว่านายอำเภอไม่อยู่ส่งตัวแทนมาชี้แจงรายละเอียดมีการเจรจาพูดคุยกันกว่า 30 นาทีโดยทางด้านปลัดอาวุโสแจ้งว่าต้นยังไม่ทราบข้อมูลที่ใช้จริงว่าเรื่องเป็นนยังไม่ทราบข้อมูลที่ใช้จริงว่าเรื่องเป็นยังไงเพราะว่านายอำเภอไม่อยู่ไปติดประชุมได้ส่งให้ตนมารับหนังสือแทน ด้านนายมงคลกิตติ์สุขสินธารานนท์จึงแจ้งให้กับปลัดอาวุโสว่าให้ทำหนังสือชี้แจงมาว่าเอกสารการขอเงินชดเชยที่ทาง อ.บ.ต.ได้นำเสนอที่อำเภอนั้นตอนนี้อยู่ที่ขั้นตอนไหนหากเอกสารยังไม่ถึงที่อำเภอก็แสดงว่า อ.บ.ต.อาจจะปล่อยปละละเลยแต่ถ้าเอกสารดังกล่าวอยู่ที่อำเภอแล้วแต่ทางอำเภอยังไม่ดำเนินการทางอำเภอก็อาจจะเข้าข่ายปล่อยปละละเลยเช่นเดียวกันโดยนายมงคลกิตติ์ได้ให้เวลาปลัดอาวุโสไปเตรียมข้อมูลเอกสารโดยกำหนดไว้ประมาณ 30 นาทีแต่หลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 50 นาทียังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนและปลัดอาวุโสยังไม่ลงมาชี้แจงทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจ

นายณัชพล สุพัฒนะหรือมาพิทบูลรองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์จึงพาประชาชนเดินเข้าไปทวงถามคำตอบที่ทำการอำเภอโดยมีประชาชนมากกว่า 200 คน ติดตามเข้าไปด้วยเพื่อจะสอบถามข้อเท็จจริงให้เป็นที่กระจ่าง ระหว่างเดินทางเข้าไปมีรองปลัดได้สั่งห้ามว่าถ้าจะเข้าไปให้เข้าไปเฉพาะตัวแทนเท่านั้นไม่ให้เขาไปทั้งหมดซึ่งนายณัชพลสุพัฒนะหรือมาร์คพิทบูลบอกว่าพวกเรามีสิทธิ์ที่จะเข้าไปได้เพราะเราเป็นประชาชนและอีกอย่างที่ทำการอำเภอก็เป็นสถานที่ราชการประชาชนสามารถที่จะเดินเข้ามาได้ ทำให้ประชาชนมากกว่า 200 คน เดินเข้าไปภายในที่ทำการอำเภอ เพื่อขอพบปลัดอาวุโสที่เป็นตัวแทนในอำเภอมาเจรจาในครั้งนี้ จนกระทั่ง ปลัดอาวุโสเดินออกมาพูดคุยด้วยและมีการเปิดห้องประชุมเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้ชี้แจงถึงรายละเอียดในการเรียกร้องเรื่องเงิน ในส่วนของค่าชดเชยน้ำท่วมในปี 2559 ที่ชาวบ้านเกิดข้อสงสัยว่าเงินดังกล่าวทำไมยังไม่มาถึงมือพี่น้องสักทีเนื่องจากมีการสำรวจความเสียหายของชาวบ้านแล้วบาง คนก็ได้เงินไปแล้วแต่บางคนก็ไม่ได้ซึ่งสร้างความสงสัยให้แก่ชาวบ้านมาก ว่าเงินอยู่ที่ไหน

ทางด้านปลัดอาวุโสปฏิเสธที่ตอบคำถามของชาวบ้านยืนยันว่าจะต้องให้นายอำเภอเท่านั้นเป็นคนตอบแต่นายอำเภอจะเลิกประชุมก็ต่อเมื่อ 4 โมงเย็นเป็นต้นไปถึงจะเดินทางมาพบประชาชนได้ทำให้ชาวบ้านไม่เกิดความไม่พอใจเพราะว่ามารอตั้งแต่เช้าแล้ว
ด้านนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์จึงได้ต่อสายตรงถึงนายอำเภอและขอความชัดเจนว่ากรณีดังกล่าวเรื่องที่ชาวบ้านเรียกร้องขอเงินชดเชยน้ำท่วมปี 59 ตอนนี้เรื่องที่ชาวบ้านร้องเรียนมาดังกล่าวขั้นตอนอยู่ระหว่างไหน

ด้านนายอำเภอได้ชี้แจงว่าทางอำเภอได้รับทราบแล้วว่ามีชาวบ้านประสบภัยดังกล่าวแต่เนื่องจากว่า การขอเงินเยียวยาหรือชดเชยน้ำท่วมปี 59 นั้นนายอำเภอไม่สามารถดำเนินการอนุมัติเงินเยียวยาได้เนื่องจากประชาชนที่อยู่ในเขตอำเภอเมืองที่ได้รับผลกระทบนั้นไม่อยู่ในระเบียบของกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เงินชดเชยดังกล่าวจะให้เฉพาะผู้ที่ทำพืชผลทางการเกษตรเท่านั้น กรณีบ้านพักหรือสิ่งของที่รับผลกระทบจากน้ำท่วมไม่ได้มีงบประมาณช่วยเหลือเนื่องจากขัดจากกฎระเบียบของกระทรวงการคลัง

ด้านนายมงคลกิตติ์ จึงขอดูระเบียบดังกล่าวเพื่อมาตรวจสอบดูว่าเป็นไปตามที่นายอำเภอพูดจริงหรือไม่ จแต่พอมาตรวจสอบแล้วก็พบว่าระเบียบดังกล่าวไม่ได้เขียนเฉพาะเจาะจงไว้ชัดเจน ตามจริงแล้วถ้าทางนายอำเภอคิดจะปฏิบัติหน้าที่และช่วยเหลือประชาชนจริงๆก็สามารถที่จะทำได้ จึงได้มอบหมายให้ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส.ขอเอาข้อมูลระเบียบต่างๆไปตรวจสอบก่อนและให้ทางนายก อ.บ.ต.รวมไปถึงนายอำเภอรวบรวมข้อมูลเอกสารที่ชาวบ้านร้องเรียนมาตรวจสอบอีกครั้งว่ามีตรงไหน ตรงตามระเบียบบ้างและมีตรงไหนที่สามารถที่จะดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้บ้างเพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ทำให้ประชาชนพอใจการทำงานของทีมงานพรรคไทยศรีวิไลย์ที่มาช่วยเหลือพี่น้องให้ไปที่ได้ทราบข้อเท็จจริงที่กระจ่างชัดว่าเงินดังกล่าวอยู่ที่ไหนเหตุใดจึงไม่ได้เงินซึ่งเป็นข้อสงสัยมากกว่า 3 ปีโดยไม่มีใครชี้แจงและอธิบายให้ฟังเลยก่อนจะแยกย้ายเดินทางกลับบ้านและรอฟังข่าวดีจากทีมงานพรรคไทยศรีวิไลย์ว่าจะสามารถผลักดันเรื่องดังกล่าวให้สามารถได้รับเงินชดเชยและเยียวยาได้หรือไม่และจะสามารถนำเรื่องดังกล่าวเข้าไปอยู่ในกฎระเบียบของกระทรวงการคลังเพื่ออาจเกิดน้ำท่วมในครั้งต่อไปจะได้รับเงินเยียวยาและเงินชดเชยเหมือนจังหวัดอื่น

หลังจากนั้นคณะทีมงานพรรคไทยศรีวิไลย์ได้เดินทางไปที่ตำบลบางจาก อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อนำข้าวสารอาหารแห้งไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยพายุปาบึก และสอบถามสารทุกข์สุขดิบของพี่น้องประชาชนว่าขาดแคลนหรือต้องการการช่วยเหลืออย่างไรบ้างเพื่อที่จะหาแนวทางและผู้ที่สนับสนุนมาช่วยเหลือต่อไป


แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : มงคลกิตติ์ มาร์คพิทบูล นำชาวบ้านบุกที่ทำการอำเภอชะอวด สอบถามเงินชดเชยน้ำท่วมปี 59 คาซังกว่า 3ปี(มีคลิป)

ร่วมแสดงความคิดเห็น


http://www.khaochad.com/281229