4 กรกฎาคม 1776 วันชาติอเมริกา หรือ Independence Day ได้มาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งได้ร่วมฉลองครบรอบ 200 ปีความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหรัฐอเมริกา

เปิดอ่าน 283 views
ถูกแชร์ทั้งหมด :: 0

อเมริกามหามิตร
4 กรกฎาคม 1776 วันชาติอเมริกา หรือ Independence Day ได้มาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งได้ร่วมฉลองครบรอบ 200 ปีความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหรัฐอเมริกาท่ามกลางความยินดีของชาวไทยและชาวโลกที่สามารถช่วยชีวิตทีมหมู่ป่าอคาดิมีได้อย่างปลอดภัย สหรัฐอเมริกาโดยกองทัพภาคพื้นแปซิฟิคได้ส่งทหารเข้าร่วมการค้นหาในครั้งนี้ ในวโรกาสสำคัญและการร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบสองร้อยปีครั้งนี้ สถานเอกอัครราชฑูตโดย ฯพณฯ กลิน ที เดวีส์ ได้จัดแสดงนิทรรศการขึ้นในพิพิธภัณฑ์ผ้าฯในพระบรมมหาราชวัง

ชื่อว่า ของขวัญแห่งมิตรภาพ Great and Good Friends ที่แสดงถึงมิตรภาพ ตั้งแต่ 2361 สมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 2 ตั้งแต่ 21 มี.ค ถึง 30 มิ.ย 2561 ปีนี้จึงเป็นการร่วมฉลองระหว่างประเทศและประชาชนที่ยิ่งใหญ่และลึกซึ้งอย่างยิ่ง ขอให้ความสัมพันธ์ยั่งยืนและเป็นประโยชน์แก่ชาติและประชาชนตลอดไป

สหรัฐอเมริกาได้สถาปนาเป็นรัฐขึ้นจากอังกฤษ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 1776 ครบรอบ 242 ปี ได้สร้างชาติยิ่งใหญ่เป็นอภิมหาอำนาจและเป็นผู้มีบทบาทที่สำคัญของโลกเกือบทุกด้าน และเป็นมหามิตรที่สำคัญของไทยด้วย การสถาปนาสหบาหลีอเมริกา หัวใจสำคัญคือคำประกาศอิสรภาพ ค.ศ. 1776 ” มนุษย์ทุกคนถูกสร้างขึ้นมาอย่างเท่าเทียมกันและพระผู้เป็นเจ้าได้มอบสิทธิบางประการที่จะเพิกถอนมิได้ไว้ให้แก่มนุษย์ ในบรรดาสิทธิเหล่านั้นได้แก่ ชีวิต เสรีภาพ และการเสาะแสวงหาความสุข เพื่อจะคุ้มครองสิทธิเหล่านั้นให้มั่นคง รัฐบาลจึงถูกสถาปนาขึ้นในหมู่มวลมนุษย์โดยได้อำนาจที่ยุติธรรมอันเนื่องมาจากความนิยมของผู้ที่อยู่ใต้การปกครอง เมื่อใดก็ตามที่รูปแบบของรัฐบาลใดเป็นสิ่งที่ทำลายเป้าหมายเหล่านี้ เมื่อนั้นย่อมเป็นสิทธิของประชาชนที่จะเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรัฐบาลแบบนั้นเสียและสถาปนารัฐบาลขึ้นมาใหม่โดยให้มีรากฐานอยู่บนหลักการดังกล่าว ” นับแต่นั้นมาจึงเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ ผู้แสวงหาอิสรภาพจึงหลั่งใหลจากทุกมุมโลก ฝรั่งเศสจึงมอบเทพีเสรีภาพที่ตั้งอยู่ที่นครนิวยอร์ค ความจริงเสรีภาพดังกล่าวคืออธิปไตยนั่นเอง อเมริกาเป็นสาธารณรัฐใช้ระบบประธานาธิบดีหรือแบ่งแยกอำนาจ เมื่อมีหลายรัฐรวมกันจึงเป็นสหพันธรัฐ เมื่อจอร์จ วอชิงตัน เป็นประธานาธิบดีคนแรกเป็นการปฏิวัติประชาชาติและต่อมาอับราฮัม ลินคอล์น ได้ปฏิวัติประชาธิปไตยอีกครั้งหลังสงครามกลางเมืองหรือเลิกทาส ดังสุนทรพจน์อันลือลั่นว่า ประชาธิปไตยเป็นของ ประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน ตั้งแต่นั้นมาอเมริกาได้ก้าวสู่วิทยาศาสตร์อุตสาหกรรม พัฒนาทุนนิยมเฟื่องฟูเริ่มขยายการคัาการลงทุน และล่าอาณานิคม เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เป็นต้น หลังสงครามโลกเข้ามามีบทบาททางการเมือง โดยเฉพาะเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้ามามีบทบาทแทนอังกฤษ เป็นผู้รักษาสันติภาพโลก เป็นศูนย์กลางโลก และเข้ามีบทบาทในทุกภูมิภาคในฐานะอภิมหาอำนาจ ผู้ถือดุลย์โลกและมีกองกำลังที่มีอานุภาพมากที่สุดในโลกโดยเฉพาะนิวเคลียร์ ขณะนี้ต้องต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของดุลย์อำนาจ จีน รัสเซียหรือยุโรป และการเปลี่ยนหรือล่มสลายของระบบทุนนิยม สงครามการค้าการลงทุนและการจัดระเบียบโลก เป็นต้น ซึ่งความสมบูรณ์ทางวิทยาศาสตร์แต่ไม่ก้าวหน้าทางจิตวิญ
ญาณ ทำให้ภาระของอเมริกาจะท้าทายในยุคนี้ว่าจะนำโลกสู่สันติภาพถาวร ก้าวสู่ภราดรภาพได้หรือไม่หรือกลับสู่ลัทธิมอนโรหรือทรัมป์เรียกว่าอเมริกันเฟิรส์

ส่วนความสัมพันธ์กับไทยในรอบสองร้อยปี เป็นความสัมพันธ์ที่ยิ่งใหญ่ลึกซึ้งทุกระดับ นับตั้งแต่ระดับประมุข รัฐบาล รัฐสภา ระดับนักการค้าการลงทุน ตลอดจนกรรมกรผู้ใช้แรงงาน ได้เข้ามามีบทบาทที่ดีตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ ส่วนช่วงคณะราษฎรมีบทบาทมากในการรักษาความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อสงครามโลกเกิดขึ้นก็สนับสนุนไทยอย่างดี ต่อมาได้เข้ามามีบทบาททางการทหารช่วงสงครามอินโดจีนและต่อต้านคอมมิวนิสต์ ในปัจจุบันเข้ามามีบทบาทเกือบทุกวงการจึงเป็นมิตรที่ใกลัชิดอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ปัจจุบันไทยมีบทบาทในอาเซี่ยน และมหาอำนาจตะวันออกคือจีน สหรัฐจึงต้องสนับสนุนไทยมากยิ่งขึ้น และเป็นประโยชน์กับอเมริกา ภายหลังประชุมสุดยอดกับคิมจองอึนก้าวเข้าสู่สันติภาพ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายต้องสนับสนุนไทยให้เป็นประชาธิปไตย จะได้ร่วมมือช่วยเหลืออเมริกาทั้งในภูมิภาคและเวทีโลกเพื่อสันติภาพถาวร

บทความโดย ทนาย สมพร สุมิกะ


แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : 4 กรกฎาคม 1776 วันชาติอเมริกา หรือ Independence Day ได้มาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งได้ร่วมฉลองครบรอบ 200 ปีความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสหรัฐอเมริกา

ร่วมแสดงความคิดเห็น


http://www.khaochad.com/210350