รองนายกรัฐมนตรีตรวจคืบหน้าก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ น้ำปี้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา

เปิดอ่าน 165 views
ถูกแชร์ทั้งหมด :: 0

วันที่ 25 เม.ย. พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และคณะฯ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำน้ำปี้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมความคืบหน้า การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ น้ำปี้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำยม ณ บริเวณ หมู่ 3 บ้านปิน ตำบลเชียงม่วน อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา โดยมีนายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพะยา พร้อมด้วยนายวุฒิชัย เสาวโกมุท รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

สำหรับลุ่มน้ำยมเป็นลุ่มน้ำขนาดใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัดของทางภาคเหนือตอนบนยังมีปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซากเป็นประจำทุกปี เป็นเพราะลุ่มน้ํานี้ มีเพียงแหล่งน้ำขนาดเล็กและขนาดกลางไม่มีแหล่งน้ำไม่มีแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ที่ผ่านมามีความพยายามในการแก้ไขปัญหาในลุ่มน้ำนี้ให้เป็นไปตามระบบมาโดยตลอด ที่สำคัญมีโครงการอ่างเก็บน้ำ น้ำปี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรได้พระราชทานพระราชดำริ เพื่อช่วยเก็บน้ำที่มีปริมาณมากในช่วงฤดูฝนไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคและการเพาะปลูก แต่เนื่องจากพื้นที่หัวงาน อยู่ในเขตเสี่ยงภัยทางความมั่นคง จึงยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ในขณะนั้น ต่อมาในปี 2554 เกิดอุทกภัยอย่างรุนแรงในพื้นที่ลุ่มน้ำยมรัฐบาลจึงได้ทบทวนและบูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกอบกับโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนให้เร่งก่อสร้างโดยด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำ และส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรในเขตอำเภอเชียงม่วน และยังมีปริมาณน้ำเหลือส่งให้กับการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตโครงการชลประทานแม่ยมได้ด้วย ในแต่ละปีลุ่มน้ำยมมีปริมาณน้ำเฉลี่ย ประมาณ 4,143 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีความต้องการใช้น้ำในกิจกรรมต่างๆสูงถึงปีละ 2,695 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ขณะนี้สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้เพียง 551 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ซึ่งการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจำเป็นจะต้องแก้ไขปัญหาในเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบทั้งลุ่มน้ำในพื้นที่ตอนบน มีแผนการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ติดตั้งระบบเตือนภัย สร้างแหล่งน้ำ ตามความต้องการของพื้นที่ พื้นที่ตอนกลาง และตอนล่างของลุ่มน้ำ มีการสร้างประตูระบายน้ำในลำน้ำยม ปรับปรุงลำน้ำที่ตื้นเขิน แก้ไขสิ่งกีดขวางทางน้ำ มีการทำแก้มลิง จากการศึกษาพบว่าลุ่มน้ำยมมีศักยภาพที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำได้ถึง 40 แห่งและอ่างเก็บน้ำ น้ำปี้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ก็เป็นหนึ่งในโครงการที่มีศักยภาพโดยรัฐบาลนี้ได้ผลักดันให้ก่อสร้างได้แล้วและต้องขับเคลื่อนให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี โดยมีการบูรณาการร่วมกัน ระหว่างกองทัพภาคที่ 3 มหาวิทยาลัยนเรศวร กรมชลประทาน และแกนนำผู้ใช้น้ำลุ่มน้ำยม เสนอการพัฒนาลุ่มน้ำยมตอนบน มีกว่า 50 โครงการความจุ 70 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งต้องมีการเตรียมความพร้อมและขับเคลื่อนในระยะถัดไป พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการก่อสร้างฯ มีระยะดำเนินการรวม 6 ปี ตั้งแต่ปี 2559 – 2564 ในวงเงิน 3,900 ล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถจัดเก็บน้ำได้ ไม่น้อยกว่า 90.5 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำให้พื้นที่ ทางการเกษตรในเขตชลประทานได้ถึง 28,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบลได้แก่ ตำบลเชียงม่วน ตำบลบ้านมาง และตำบลสระ มีราษฎรได้รับประโยชน์ทั้งสิ้น 7,520 ครัวเรือน และยังสามารถส่งน้ำเพื่อสนับสนุน พื้นที่ทางการเกษตร ที่รับจากฝายน้ำยมจังหวัดแพร่ในช่วงฤดูแล้งได้อีกกว่า 35,000 ไร่ มีราษฎรได้รับประโยชน์อีก 15,00 ครัวเรือน รวมทั้งยังจะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ปศุสัตว์ และอุตสาหกรรม ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยบริเวณพื้นที่ท้ายน้ำ ในเขตอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ช่วยตัดยอดน้ำที่จะไหลลงสู่ลุ่มน้ำยม และลุ่มน้ำเจ้าพระยาในช่วงฤดูน้ำหลาก ตลอดจนช่วยสนับสนุนกิจกรรมการใช้น้ำอื่นๆ เช่นรักษาระบบนิเวศ และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด อีกด้วย


แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : รองนายกรัฐมนตรีตรวจคืบหน้าก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ น้ำปี้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.เชียงม่วน จ.พะเยา

ร่วมแสดงความคิดเห็น


http://www.khaochad.com/188014