บก.จร. ขอประชาสัมพันธ์‘‘กรุงเทพมหานคร: เมืองต้นแบบสวมหมวกนิรภัย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์” (Saving all live for Thai people : Opening up Bangkok)

เปิดอ่าน 144 views
ถูกแชร์ทั้งหมด :: 0

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ ผบก.จร.
ขอประชาสัมพันธ์ข่าว เกี่ยวกับกิจกรรมด้านการจราจร ประจำวันที่ 21 ธ.ค.60 ดังนี้
วันนี้ (21ธ.ค.60) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ กรุงเทพมหานคร: เมืองต้นแบบสวมหมวกนิรภัย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ (Saving all lives for Thai people : Opening up Bangkok) ณ ชั้น 1 บก.จร. และพิธีรับมอบหมวกนิรภัยจากภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย และประชาชนที่ให้การสนับสนุนหมวกนิรภัยตามโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ส่งเสริมและสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ตระหนักถึงความปลอดภัย มีวินัยด้านการจราจร ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดและเกิดความร่วมมือในการสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ทุกครั้ง เพื่อลดการสูญเสียชีวิต ลดการบาดเจ็บ ลดความรุนแรง จากอุบัติเหตุทางถนนอันเกิดจากการใช้รถจักรยานยนต์ และทำให้ กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองต้นแบบสวมหมวกนิรภัย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์

สืบเนื่องจากปัจจุบันอุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาที่สำคัญของโลกซึ่งทุกประเทศกำลังเผชิญอยู่ในแต่ละปีทุกประเทศต้องสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าตลอดจนทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล ส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ขององค์การสหประชาชาติ ระบุว่า ทุกปีจะมีคนตายประมาณ 1.3 ล้านคน และมีผู้บาดเจ็บหรือพิการประมาณ 50 ล้านคนทั่วโลกจากอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งนับว่าเป็นสถิติที่สูงมาก จนกระทั่งองค์การสหประชาชาติต้องจัดให้มีการประชุมเพื่อแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในเดือน พ.ย.52 ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย โดยมีมติเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกยกระดับการแก้ไขปัญหาตามกรอบปฏิญญามอสโก ในชื่อ A Decade of Action for Road Safety (ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน) 2011 – 2020 (พ.ศ.2554 – 2563) เพื่อกำหนดเป้าหมายและการสูญเสียชีวิตในระดับที่ท้าทายให้เหมาะสมกับอุบัติเหตุทางถนนของแต่ละประเทศเมื่อสิ้นสุดทศวรรษ โดยลดลงให้ได้ถึงร้อยละ 50 ในส่วนของประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติและเป็นประเทศที่ประสบปัญหาการสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นจำนวนมากระดับต้นๆ ของโลก ประชากรส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำถึงรายได้ปานกลางมักนิยมใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะเป็นจำนวนมาก ซึ่งการที่ต้องใช้ทางใช้ถนนร่วมกันโดยไม่มีการแบ่งแยกรถยนต์ รถโดยสาร รถบรรทุกและรถประเภทอื่นๆ ที่

แล่นด้วยความเร็วสูง ดังนั้น เมื่อมีการเฉี่ยวชนหรือเกิดอุบัติเหตุ ผู้ใช้รถจักรยานยนต์กลุ่มดังกล่าวจึงมีอัตราความเสี่ยงสูงกว่ารถประเภทอื่นที่จะบาดเจ็บ พิการ ทุพพลภาพหรือสูญเสียชีวิต จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า ปี 2559 ในเขตกรุงเทพมหานคร ผู้ใช้รถจักรยานยนต์มีพฤติกรรมละเลยไม่สวมหมวกนิรภัย มีสถิติอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงที่มาจากรถจักรยานยนต์ จำนวน ๑๐,๙๒๔ คัน คิดเป็นร้อยละ 25 ของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทั้งหมดในเขตกรุงเทพมหานคร และ ๑ ใน ๓ ของยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุทั้งหมด ที่ผ่านมานั้นการบังคับใช้กฎหมายโดยการ จับ ปรับ ออกใบสั่ง และปล่อยผู้กระทำความผิดที่ไม่สวมหมวกนิรภัยให้ขับขี่ขับรถต่อไปนั้น ไม่สามารถป้องกันความสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้น การรณรงค์ให้สวมหมวกนิรภัยจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอันเนื่องจากการบาดเจ็บที่ศีรษะได้
บช.น.จึงได้จัดทำโครงการ “กรุงเทพมหานคร : เมืองต้นแบบสวมหมวกนิรภัย ๑๐๐เปอร์เซ็นต์” (Saving all lives for Thai people : Opening up Bangkok) เริ่มดำเนินการ ตั้งแต่ห้วง ๗ วันอันตรายในช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๑ นี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๘ ธ.ค.๖๐ เป็นต้นไป สำหรับวิธีการดำเนินการแบ่งออกเป็นขั้นตอน ดังนี้

๑. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ในสังกัด บก.น. ๑ – ๙ และ บก.จร. ซึ่งพบเห็นผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารที่ไม่สวมหมวกนิรภัย จะดำเนินการตามกฎหมายโดยการออกใบสั่งจราจรในข้อหา “ไม่สวมหมวกนิรภัยในขณะขับขี่รถจักรยานยนต์” หรือ ข้อหา “เป็นผู้ขับขี่ยินยอมให้ผู้โดยสารไม่สวมหมวกนิรภัยในขณะโดยสารรถจักรยานยนต์” ตามมาตรา ๑๒๒ แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ (แล้วแต่กรณี) โดยจะไม่อนุญาตให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร ขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ต่อไปอย่างผิดกฎหมายอีก จนกว่าผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารจะสวมหมวกนิรภัยและปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่อย่างครบถ้วน
2. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ที่พบการกระทำผิด อธิบายให้ผู้กระทำผิดทราบและมีความรู้ความเข้าใจในบทบัญญัติของกฎหมายว่า “การขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ทุกครั้งจะต้องสวมหมวกนิรภัย” พร้อมทั้งแนะนำโทษภัยของความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางถนนจากการใช้รถจักรยานยนต์แล้วไม่สวมหมวกนิรภัย และหลังการจับกุม หากผู้กระทำผิดไม่สามารถจัดหาหมวกนิรภัยมาสวมใส่ได้ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับกุมแนะนำให้ผู้กระทำผิดไปยืมหมวกนิรภัยที่ได้รับสนับสนุนตามโครงการนี้ ซึ่งจะมีให้บริการอยู่ที่สถานีตำรวจต่างๆ เพื่อสวมใส่ในขณะขับขี่ทุกครั้ง แล้วแจ้งแก่ผู้กระทำผิดด้วยว่าให้นำหมวกนิรภัยมาคืนสถานีตำรวจที่ให้ยืมภายใน ๗ วันนับจากวันที่ได้รับใบสั่งจราจร
3. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ที่พบการกระทำผิด ใช้คลิป “กองบังคับการตำรวจจราจร” ของงานอบรมผู้กระทำความผิด กก.๓ บก.จร. เป็นสื่ออบรมให้ความรู้แก่ผู้กระทำผิดอันเป็นการกระตุ้นให้ผู้กระทำผิดเกิดความตระหนักในความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น โดยสแกนคิวอาร์โค้ดตามภาพถ่ายข้างล่าง (Application LINE)
4. การสอบสวนเปรียบเทียบปรับ ให้พนักงานสอบสวนพิจารณาทำการเปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งอธิบายและให้ความรู้ถึงโทษภัยของความเสี่ยงจากการละเลยไม่สวมหมวกนิรภัย และความรุนแรง/ความสูญเสียที่ตามมาเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางถนน
จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบ หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งอุบัติเหตุจราจร และข้อมูลสภาพจราจรเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รายงานข่าว จิ๋ว นิวส์โปลิศ


แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : บก.จร. ขอประชาสัมพันธ์‘‘กรุงเทพมหานคร: เมืองต้นแบบสวมหมวกนิรภัย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์” (Saving all live for Thai people : Opening up Bangkok)

ร่วมแสดงความคิดเห็น


http://www.khaochad.com/150689