“ฟักข้าว [HOME GAC] จาก บ้านฟักข้าว”  (เล่าจากประสบการณ์ ไม่ใช่คำโฆษณา)      

เปิดอ่าน 1,321 views
ถูกแชร์ทั้งหมด :: 0

    “ฟักข้าว [HOME GAC] จาก บ้านฟักข้าว”       (เล่าจากประสบการณ์ ไม่ใช่คำโฆษณา) “ฟักข้าว”   เป็นพืชล้มลุกประเภทเถาไม้เลื้อยคล้ายตำลึง   เป็นพืชใบเดี่ยวมีมือเกาะ   ลักษณะใบเป็นแฉกๆ   ผลมีลักษณะกลมรี  มีหนามเล็กรอบๆ  ผลอ่อนเป็นสีเขียวอ่อน เริ่มแก่จะเป็นสีเหลือง แก่จัดเป็นสีส้ม และผลสุกจะเป็นสีแดง ยิ่งผลสุกมากเท่าไรปริมาณคุณค่าทางอาหารก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น พบได้ทั่วๆไปในทุกภาค และใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารของคนไทยมานานมากแล้ว แต่ก็เป็นเช่นเดียวกับพืชอื่นๆอีกหลายชนิด ที่ทำท่าจะสูญพันธุ์ไปเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งๆที่ฟักข้าวเป็นสมุนไพรไทยที่มีคุณสมบัติทั้งในการฟื้นฟู บำรุง และรักษาสุขภาพโดยรวมอย่างดียิ่ง นอกจากความรู้จากภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งใช้ชีวิตอยู่กับการบริโภคพืชผักท้องถิ่นที่สอดคล้องกับธรรมชาติแล้ว การค้นคว้าข้อมูลเบื้องต้นจาก INTERNET  ทำให้ได้ทราบถึงคุณสมบัติเด่นของ “ฟักข้าว” หลายประการ คือ   “ฟักข้าว” มีสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการหลากหลายในการ  ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย ช่วยป้องกันโรคและลดอาการของโรคบางชนิด มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถยับยั้งหรือชะลอการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอนุมูลอิสระ ลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด เมื่อใดที่ร่างกายได้รับสารพิษจากภายนอกมากเช่นการสูบบุหรี่สัมผัสกับแสงแดดจ้า รับประทานอาหารที่มีสารพิษขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 2 มีความเครียดและเป็นกังวลอยู่เสมอๆ พักผ่อนไม่เพียงพออนุมูลอิสระจะก่อตัวและสะสมมากขึ้นจนธรรมชาติของร่างกายของเราเสียความสมดุล ส่งผลให้ระบบควบคุมและกำจัดสารพิษในร่างกาย ทำงานหนักและด้อยประสิทธิภาพลง ยิ่งอายุมากขึ้น ประสิทธิภาพดังกล่าวก็จะยิ่งด้อยลงเรื่อยๆ  กลไกการควบคุมและกำจัดอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ ในร่างกายของผู้สูงอายุจึงไม่เพียงพอที่จะรับมือกับภาวะดังกล่าวได้ จำเป็นต้องเสาะหาวัตถุดิบและสารอาหารจากพืชผักธรรมชาติที่จำเป็นมาทดแทน เช่น วิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน ไลโคปีน ซีแซนทีน [Vitamin A, C, E, beta-carotene, lycopene, zeaxantene] ในปริมาณสูง ซึ่งสารเหล่านี้รวมตัวอยู่ในผลฟักข้าว โดยเฉพาะในเนื้อเยื่อสีแดงหุ้มเมล็ดฟักข้าว ซึ่งเป็นส่วนอันน้อยนิดในแต่ละผลที่นำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต “HOME GAC ฟักข้าวบรรจุแคปซูล”  แต่เดิม เนื้อฟักข้าว นอกจากจะใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงอาหารแล้ว    ยังนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำน้ำฟักข้าว   ซึ่งเป็นน้ำผลไม้ที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานอาการต่อมลูกหมากโตของคุณผู้ชายวัยกลางคนขึ้นไป แต่เมื่อมีการทดลองนำเนื้อเยื่อสีแดงหุ้มเมล็ดฟักข้าว มาผ่านกระบวนการผลิตเป็นผงและบรรจุในแคปซูลแล้วเปรียบเทียบกับพืชชนิดอื่น ปรากฏว่า ใน 1 แคปซูล (500 มิลลิกรัม) ของผลิตภัณฑ์ HOME GAC ซึ่งผลิตจากฟักข้าวคุณภาพดีจากสวน ORGANIC  “บ้านฟักข้าว” นั้น 3 มี วิตามินซี  [Vitamin C]  มากกว่าส้ม 40 เท่า มี เบต้าแคโรทีน  [Beta-carotene]   มากกว่า แครอท 10 เท่า มี ไลโคปีน  [Lycopene]   มากกว่า มะเขือเทศ 70 เท่า มี ซีแซนทีน  [Zeaxantene]   มากกว่า ข้าวโพด 30 เท่า หรือ ฟักข้าว 1 แคปซูล มีสารต้านอนุมูลอิสระเท่ากับ มะเขือเทศ 10 ลูกคุณค่าของสารอาหารในเนื้อเยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าว วิตามิน C  [Ascorbic acid]  เป็นสารสำคัญที่มีผลต่อการทำงานหลายระบบของร่างกาย      มีสรรพคุณหลายอย่าง  เช่น   ช่วยในการเสริมสร้างภูมิต้านทานช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน      ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน     ช่วยลดไขมันในหลอดเลือด   ช่วยป้องกันโรคในระบบหัวใจและหลอดเลือด  ช่วยป้องกันโรคตับและโรคไต ตามปกติ วิตามินซีเป็นสารที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง   แต่มักไม่เพียงพอกับความต้องการ    จึงจำเป็นต้องได้รับเพิ่มจากแหล่งอื่น เช่น พืชผักและผลไม้ชนิดต่างๆ  วิตามินอี (Vitamin E หรือ Alpha tocopherol) มีส่วนช่วยในกระบวนการต้านสารอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ชรา   เบต้าแคโรทีน  [Beta carotene]    เป็นสารสี สีแดง-ส้มเข้ม ที่พบมากในพืชผักและผลไม้     ช่วยในการรักษาผิวพรรณภายนอก   ทำให้ดูอ่อนกว่าวัย 4   เป็นตัวชี้วัดว่า  อนุมูลอิสระส่งผลเสียต่อเราแล้วหรือยัง  เช่น   ผิวหนังเริ่มเป็นขุยตกสะเก็ด  เหี่ยวย่นไม่ผ่องใส    ช่วยกระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกาย  ให้ต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น   ให้ผลดีกับผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อมะเร็ง  บำรุงสายตาและลดภาวะเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก เบต้าแคโรทีน หรือ โปร วิตามิน เมื่อบริโภคแล้ว ระบบการย่อยอาหารจะสังเคราะห์ให้เปลี่ยนเป็น วิตามินเอ (Ratinol) ช่วยบำรุงสายตาและแก้โรคตามัวตอนกลางคืน (Night Blindness) เป็นส่วนประกอบสำคัญของ Conea ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโต การสร้างกระดูกและระบบสืบพันธุ์ ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารและระบบขับปัสสาวะ ไลโคปีน  [Lycopene]   มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ  [Antioxidant]   ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดความผิดปกติและความเสื่อมของเซลล์อันเนื่องมาจากการทำลายของอนุมูลอิสระ       ซึ่งมีส่วนยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งหลายๆ ชนิด   ช่วยปรับระดับฮอร์โมนและภูมิคุ้มกัน   ปรับกระบวนการสังเคราะห์พลังงานจากอาหาร  [Metabolism]  ให้มีความสม่ำเสมอและสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น  ช่วยยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือดและช่วยสลายคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีซึ่งมีส่วนทำให้เกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ซีแซนทีน  [Zeaxantene]   เป็นองค์ประกอบสำคัญในจอตา ทำหน้าที่กรอง
5แสงที่จะผ่านเข้าสู่จอตา ช่วยลดการสะท้อนของแสง ป้องกันรังสีจากแสงแดด จึงป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตาได้ดี สรรพคุณของฟักข้าว HOME  GAC  (สรุปจากข้อมูลหลายๆแหล่ง)เกี่ยวกับ มะเร็ง มีรายงานวิชาการของมหาวิทยาลัยแคนซัส สหรัฐอเมริกา พบในการทดลองกับหนูว่า    สามารถใช้วิตามินซีเป็นไม้ตายหวดนวดมะเร็งให้อยู่หมัดได้   นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า    ต้องใช้วิตามินซีในปริมาณสูง โดยการฉีดเข้าหลอดเลือด จะเป็นวิธีรักษามะเร็งปากมดลูกและชนิดอื่นที่ปลอดภัยได้ผลที่สุดและทุ่นค่าใช้จ่ายที่สุด   ร่างการจะดูดซึมได้โดยที่มันจะห่างจากเซลล์มะเร็งโดยที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเซลล์ปกติ เกี่ยวกับ เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดความดันโลหิต ลดอัตราเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ ช่วยสลายคอเลสเตอรอล ที่เป็นสาเหตุของไขมันอุดตันในเส้นเลือดกระตุ้นระบบไหลเวียนของเลือด ช่วยให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง ช่วยทำความสะอาดและขยายหลอดเลือด ต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด 6 ช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของอาการในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน หัวใจ หลอดเลือด และโรคแทรกซ้อนทางตา เกี่ยวกับผิวพรรณ ชะลอความแก่และริ้วรอยก่อนวัย ช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส ไม่เหี่ยวย่นและแห้งกร้าน เพิ่มการสังเคราะห์ คอลลาเจน ทำให้ ผิวชุ่มชื่น ขาวใส ผุดผ่อง ยืดหยุ่น ดูอ่อนกว่าวัย เสริมสร้างความแข็งแรงของผนังเซลล์ ทำให้เซลล์ผิวหนังแข็งแรง ทนต่อรังสี UVเกี่ยวกับสายตาและการมองเห็น บำรุงสุขภาพของดวงตา เพิ่มขีดความสามารถในการมองเห็น ลดความเสื่อมของเซลล์ลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก ชะลอการเกิดจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันและระบบอื่นๆในร่างกาย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน เพิ่มภูมิต้านทานโรค ป้องกันและบรรเทาอาการอักเสบ    อันเนื่องมาจาก  แบคทีเรียและไวรัส  7บรรเทาอาการของโรคภูมิแพ้ หอบหืด ไซนัส ต้านสารพิษ เชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา เช่น Aflatoxin   Cyclosporine  Cadmium  ช่วยลดการอักเสบของเหงือก ช่วยปรับฮอร์โมน ช่วยให้อัตราการเผาผลาญพลังงานสม่ำเสมอ สามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น บำรุงตับ ช่วยให้ปอดทำงานได้ดีขึ้น ไม่อ่อนเพลียง่าย นอนหลับสบาย ช่วยแก้ไขข้อบกพร่องทางเพศ เซลล์ประสาท กล้ามเนื้อ ทำงานได้ดีขึ้นทั้งหมดที่กล่าวมานี้ พอจะยืนยันได้ใน 2 ส่วน คือส่วนที่หนึ่ง  จากประสบการณ์เกือบ 10 โรคที่ตัวผมเองเคยเป็น  ปัจจุบันอายุย่างเข้าปีที่ 67  1. อาการของโรคภูมิแพ้ จากที่เคยเป็นโรคภูมิแพ้อยู่เป็นประจำ จำได้ว่าตั้งแต่ประมาณปี 2508  แพ้สารพัดจนบอกไม่ถูกว่าแพ้อะไรบ้าง พอเริ่มแพ้อาการสำคัญก็คือ การจามและน้ำมูกใสชนิดที่นั่งในอาการปกติไม่ได้เพราะ น้ำมูกใสๆจะหยดและสมองจะมึนงง  สั่งงานช้ากว่าปกติอยู่ตลอดเวลา  ที่พึ่งที่ใช้อยู่เป็นประจำก็คือ   ยาบรรเทาอาการหวัดแทบจะทุกยี่ห้อที่มีขายในร้านขายยา แม้แต่ คอนแท็ค 500 ยาจากสหรัฐอเมริกา ที่ถือว่าเป็นยาแรงที่สุดก็ใช้มาแล้ว แต่ไม่เคยหาย    ล่าสุด “ดีคอลเจน” คือเพื่อนตาย ซื้อแต่ละครั้งเป็นโหล  8จนเมื่อมีโอกาสทดลองกินฟักข้าวจาก “บ้านฟักข้าว” เมื่อประมาณสามปีก่อน ภายในระยะเวลาไม่นานนักอาการของโรคภูมิแพ้ก็ห่างหายจนลืมไปในที่สุด 2. อาการทางสายตา สายตาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่เดิมบ่อยครั้งที่สายตาพร่าเห็นเป็นภาพซ้อนกัน หลังจากกินฟักข้าวได้ไม่นานนัก อาการดังกล่าวก็ค่อยๆหายไป สายตาดีขึ้นอย่างชัดเจน ที่ตั้งใจไว้ว่าจะต้องไปวัดสายตาและตัดแว่นสายตาใหม่ก็เลยไม่ต้องตัด และยังคงใช้แว่นสายตาเดิมตลอดมา ปัจจุบันนี้สามารถดูทีวีหรือขับรถยนต์ได้โดยไม่ต้องใช้แว่นสายตา โดยเฉพาะเมื่อต้องขับรถกลางคืนก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด 3. อาการปวดเมื่อยและชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า  แต่เดิมไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าอาการดังกล่าวคงเป็นอาการปกติของวัยแรกแย้ม (ฝาโลง) ให้หมอนวดจับเส้นเสียหน่อยก็คงหาย พอมีอาการก็ต้องพึ่งหมอนวดจับเส้นอยู่เป็นประจำก็ไม่เคยหายขาด แต่เมื่อเริ่มกินฟักข้าว อาการปวดเมื่อยและชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้าอย่างที่ว่ากลับหายไปโดยไม่รู้ตัว จนแม้แต่หมอนวดก็ยังแปลกใจและโทรมาถามว่าไม่ปวดเมื่อยบ้างเลยหรือ 4. อาการทางผิวพรรณและเล็บ ผิวที่ปกติเคยแห้งเป็นขุยขาวๆ กลับ ชุ่มชื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากที่ต้องใช้นีเวียเป็นประจำ บางครั้งทำลืมๆเสียบ้างก็ไม่เป็นปัญหาปัจจุบันเลิกใช้ไปเลย ส่วนเล็บนิ้วมือนิ้วเท้าจากที่เคยสังเกตตัวเองถึงลักษณะเล็บที่มองเห็นว่า    มีลักษณะหนาแต่ไม่แข็งแรง   คล้ายๆกับมี 9แป้งปนอยู่ในเนื้อเล็บ จะใช้เล็บจิกหรือหยิบจับอะไรก็จับไม่ค่อยได้ ต้องเน้นแล้วเน้นอีก มีสีออกคล้ำๆ หลังจากกินฟักข้าวมาได้จนถึงปัจจุบันประมาณ 3 ปี สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ สุขภาพและสีของเล็บดีมาก มีความแข็งแรงอย่างที่ควรจะเป็น    สีของเล็บออกสีชมพูอ่อนตามธรรมชาติ  เวลาได้พบปะกับพรรคพวกเพื่อนฝูง ที่หลายๆ คนทักก็คือ    ดูหนุ่มกว่าตอนทำงานเยอะเลย 5. อาการต่อมลูกหมากโต สังเกตได้จากเวลาฉี่เส้นฉี่จะเล็ก ไม่มีแรงเบ่ง กลางคืนต้องลุกขึ้นเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ซึ่งเคยได้รับคำบอกกล่าวจากผู้รู้ว่าเป็นอาการปกติของผู้สูงอายุ ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปัสสาวะได้อย่างสะดวกสบาย กลางคืนแทบไม่ต้องลุกขึ้นเข้าห้องน้ำกลางดึก 6. อาการเริ่มต้นของโรคเบาหวาน ผมสังเกตเห็นโดยบังเอิญว่าที่โถส้วมมีมดขึ้นมากินหยดปัสสาวะ ทำให้รู้ว่าผมเริ่มมีอาการเบาหวานในเลือดสูง เมื่อกินฟักข้าวมาได้ไม่นานอาการดังกล่าวก็หายไป และมดไม่มากินปัสสาวะอีกเลย แม้ผมจะลองทำให้ปัสสาวะหยดลงบนโถส้วมอย่างจงใจ เพื่อสังเกตดูผลของการกินฟักข้าวก็ตาม 7. อาการเจ็บจี้ดๆ ที่หน้าอกและแน่นหน้าอกในบางครั้ง ซึ่งหมอบอกว่าเป็นอาการบ่งชี้ว่า หลอดเลือดหัวใจเริ่มมีปัญหาไหลเวียนไม่สะดวก  ในอนาคตอันใกล้จะต้องทำบอลลูนหรือบายพาส เมื่อกินฟักข้าวมาได้ไม่นานอาการดังกล่าวก็หายจนลืมไปเลย 10 8. อาการนอนไม่ค่อยหลับ ตั้งแต่กินฟักข้าวมานอนหลับอย่างสบายมาก พอเข้านอนหัวถึงหมอนและเริ่มท่องบทสวดมนต์ได้ไม่เท่าไหร่ ก็หลับไปโดยไม่รู้ตัวแทบทุกครั้ง 9. อาการที่เกิดจากโรคความดันโลหิตสูง  ผมไม่เคยรู้ว่าเป็นความดันสูงเพราะไม่เคยหาหมอ แต่เมื่อประมาณเจ็ดปีที่แล้ว ต้องไปโรงพยาบาลเพราะต่อมทอนซิลอักเสบอย่างรุนแรง    หมอบอกว่า  พี่เป็นความดันสูงนะ ว่าแล้วก็สั่งยาความดันให้กินเป็นประจำ 3 ชนิด 2 ปีต่อมาลดเหลือ 2 ชนิด และกินต่อเนื่องตลอดมาจนมาสังเกตตัวเองว่า   หลังเท้ามีอาการบวม พอกดก็จะบุ๋มลงไป จากที่ได้เคยรับรู้จากญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงที่กินยาความดันรวมทั้งจากที่ได้ดูรายการเกี่ยวกับสุขภาพทางทีวี  ผมสรุปเอาเองว่า ผมแพ้ยาความดันแน่ๆ คิดด้วยความปลงตกว่า กินก็ตาย ไม่กินก็ตาย และถ้าจะตายก็จะไม่ยอมตายเพราะแพ้ยาแน่ จึงตัดสินใจเลิกกินอย่างเด็ดขาด ตอนนี้ผมเลิกกินมาแล้วหนึ่งปีเศษ อาการบวมหายไปความดันอยู่ในภาวะปกติของคนหกสิบกว่าๆ คือ อยู่ระหว่าง  110/80 ถึง 130/90    อาการที่รู้สึกได้อย่างชัดเจนก็คือ หลอดเลือดแดงสะอาดมาก (ไม่มีไขมันสะสมในเส้นเลือดแดงหรือถ้ามีก็น่าจะน้อยมาก) ทราบได้จากเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้ให้หมอนวดจับเส้นมานวดที่บ้าน เพื่อบำบัดอาการกล้ามเนื้อฉีกจากการเล่นกีฬาโดยมิได้เตรียมร่างการให้พร้อม เมื่อหมอนวดกดไล่ไปตาม 11เส้นก็รู้สึกร้อนไปถึงปลายทางของแต่ละเส้นจนหมอนวดแปลกใจ และอธิบายให้ทราบว่า เลือดลมเดินได้สะดวกเพราะหลอดเลือดแดงสะอาดมาก ถ้าหลอดเลือดแดงไม่สะอาด มีไขมันไปเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด เวลานวดกดจุดและคลายเส้นผู้ที่ถูกนวดจะไม่รู้สึกร้อนไปจนถึงปลายทางของแต่ละเส้นเพราะจะไปตันอยู่ที่ส่วนหนึ่งส่วนใดของหลอดเลือดที่มีไขมันจับตัวสูง ความรู้สึกที่ว่าหลอดเลือดแดงสะอาด มีข้อพิสูจน์จากอาการของผมเองมาเล่าให้ฟังว่า ประมาณปลายปี 55 ก่อนที่จะเริ่มกินฟักข้าวไม่กี่วัน มีงานที่ต้องทำต่อเนื่อง    ทั้งกลางวันกลางคืนตลอดเวลา    หลายวันติดต่อกันโดยแทบไม่ได้พักผ่อน เมื่องานเสร็จ ยังต้องขับรถยนต์จากพังงามาบ้านที่นนทบุรีระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร ระหว่างอยู่บ้านยังต้องไปโน่นมานี่ ไม่ได้พักผ่อนอย่างที่ตั้งใจไว้ซ้ำเข้าไปอีก จำได้ว่าเช้าวันศุกร์ต้องขับรถกลับพังงา คืนวันพฤหัสฯ ประมาณตีหนึ่งเศษๆ ลุกขึ้นเข้าห้องน้ำและมีความรู้สึกชาๆผิดปกติที่บริเวณใบหน้าซีกซ้าย     เมื่อส่องกระจกดูก็เห็นว่า       ริมฝีปากซีกซ้ายห้อยลงและบังคับไม่ได้รวม ทั้งตาซ้ายที่กระพริบตาไม่ได้   ความรู้สึกตอนนั้นก็คือ ใบหน้าซีกซ้ายทั้งหมดเราไม่สามารถบังคับกล้ามเนื้อได้เลย คราวนี้ต้องปลุกภรรยาขึ้นมาดู ภรรยาบอกว่าลองกินฟักข้าวดู ตอนนั้นก็ไม่ได้เชื่อถือศรัทธาอะไรนักแต่ก็ไม่อยากขัดความปรารถนาดีก็เลยกิน เริ่มกินไป 2 เม็ด (และเริ่มกินเช้า 2 เม็ด ก่อนนอน 2 เม็ด ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา)  ตอนเช้าตื่นขึ้นมา 12 เตรียมตัวกลับตามปกติพยายามใช้มือปิดปากไว้ เพื่อมิให้พี่ๆเกิดวิตกจริต    ขับรถกลับถึงพังงาอย่างปลอดภัย โดยไม่มีใครรู้ว่าผมเกิดผิดปกติบางประการที่อาจน่ากลัวในสายตาของคนอื่น ผมเองก็พยายามสังเกตตัวเอง ว่ามีอาการที่ส่อว่าอาการจะหนักขึ้นบ้างหรือไม่ เป็นต้นว่า สายตาพร่าผิดปกติ ปฏิกิริยาตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาขณะขับรถช้ากว่าปกติหรือไม่ หรือมีอาการชาตามแขน ขา หรือส่วนอื่นเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงต้องแวะหาหมอเป็นการด่วน  แต่ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ    นอกจากที่เป็นอยู่แล้วทั้งสิ้น วันเสาร์หรือวันอาทิตย์ ยังไปหาหมอไม่ได้ เนื่องจากมีภารกิจติดพัน กว่าจะขับรถเดินทางไปหาหมอได้ก็เป็นวันจันทร์    ตั้งใจว่าจะไปหาหมอ  ที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตนึกในใจว่าเงินในกระเป๋ามีไม่กี่บาทยังสะเออะจะเข้าโรงพยาบาล กรุงเทพ แต่พอใกล้ถึงสี่แยกถลางนึกขึ้นได้ว่ามีหมอนวดจับเส้นที่เก่งมากๆ คนหนึ่ง เคยคุยกันว่า คนเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตระยะเริ่มต้นถ้ายังไม่ผ่าตัด การนวดคลายเส้นจะช่วย ได้เลยตัดสินใจเลี้ยวเข้าบ้านหมอพอเห็นหน้าตาอาการ หมอก็ยิ้ม แล้วก็เริ่มกระบวนการนวด โดยเน้นเป็นพิเศษที่ใต้โหนกแก้มและเหนือคิ้วซ้าย   ซึ่งหมอนวดอธิบายว่า  มีลิ่มเลือดอุดตันเป็นก้อน  ที่ 2 จุดนี้จับได้อย่างชัดเจน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงต่อครั้ง นวดอยู่ประมาณ 7 ครั้ง ก็หายเป็นปกติ หมอนวดอธิบายให้ฟังว่า อาการที่เป็นเกิดจากกินน้ำน้อย พักผ่อนน้อย ออกกำลังน้อย ทำให้เลือดข้น ลิ่มเลือดไปอุดตัน หรือเลือดอาจเดินไม่สะดวก    โดยเฉพาะบริเวณ โหนกคิ้ว และใต้โหนกแก้ม ทำให้บังคับกล้ามเนื้อเปลือกตา 13 และกล้ามเนื้อบริเวณปากไม่ได้จึงทำให้กระพริบตาและบังคับริมฝีปากซีกซ้าย ให้กลับเป็นปกติไม่ได้ มิได้เกิดจากเส้นเลือดฝอยในสมองแตก อันส่งผลให้สมองไม่สามารถสั่งงานได้แต่อย่างใด (ฟังแล้วก็เป็นเหตุเป็นผลน่าเชื่อถือ) ที่สำคัญก็คือผมหายเป็นปกติมาจนถึงทุกวันนี้ ข้อสรุปส่วนตัวก็คือ ต้องขอบคุณทั้งหมอนวด และฟักข้าว ที่ต่างก็มีส่วนช่วยให้ผมรอดพ้นจากโรคที่ไม่          พึงประสงค์อย่างหวุดหวิด ผลพลอยได้ที่น่าแปลกใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะสำหรับคุณผู้ชาย ก็คือ อาการ “นกเขาไม่ขัน”  ที่คุณผู้ชายวัยแรกแย้ม (ฝาโลง) ทั้งหลาย   กลัวกันมากที่สุด ลองดู เช้าซัก 2 เม็ด ก่อนนอนอีก 2 เม็ด แล้วจะรู้ว่า โลกนี้ยังน่าอภิรมย์ไปอีกนาน แต่โปรดระวัง ถ้า ผบทบ. รู้ ก็ตัวใครตัวมันนะครับ ส่วนที่สอง เป็นสิ่งที่พบเห็นด้วยตาของตัวเอง  จากญาติสนิทแวดล้อมที่ใช้อยู่เป็นประจำทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย ซึ่งยอมรับว่ามีประสบการณ์เช่นเดียวกับที่ผมเล่ามาข้างต้น แต่รายที่สำคัญก็คือ สุภาพสตรีที่เป็นญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง อายุเกิน 75 ปี ผ่านการผ่าตัดเอาเนื้อร้ายขนาดกำหมัดใหญ่ๆออกจากช่องท้อง ผ่านการใช้เคมีบำบัด เมื่อมาใช้ฟักข้าวบำบัดร่วมกับยาและเคมีบำบัด ผลที่เกิดขึ้นและได้รับการยืนยันจากแพทย์หลังการตรวจเลือดครั้งล่าสุดก็คือ ทั้งดีใจและแปลกใจมากๆที่เลือดไม่มี 14ความผิดปกติใดๆ (หมายถึงตรวจไม่พบเซลล์มะเร็งอีกแล้ว) ผิวพรรณที่เต่งตึงมีน้ำมีนวลทำให้ดูอ่อนกว่าวัย ผมที่สมควรจะต้องร่วงหลังการใช้เคมีบำบัดก็ไม่ปรากฏให้เห็น กินอิ่ม นอนหลับได้เป็นอย่างดี สุภาพสตรีอีกท่านหนึ่ง อายุยังไม่มากเท่าไหร่ อาการเดียวกับท่านแรก เมื่อตัดเนื้อร้ายออกและผ่านการใช้เคมีบำบัดแล้ว มีอาการแพ้และผมร่วง กินฟักข้าว 1-2 เดือน หลังใช้เคมีบำบัด   เมื่อไปพบหมอ ปรากฏว่า  เซลล์มะเร็งลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ฟักข้าวหมดไม่ได้กินต่อเนื่อง เมื่อไปหาหมอ   ปรากฏว่าเซลล์มะเร็งเพิ่มขึ้นอีก  ได้กำชับว่าให้กินฟักข้าวอย่าได้ขาด เมื่อพบกันครั้งล่าสุดเห็นว่า มีร่างกายแข็งแรงกระฉับกระเฉง ผิวพรรณมีน้ำมีนวลสีอมชมพู อันนับได้ว่าเป็นผิวพรรณของคนปกติ ก็รู้สึกสบายใจ สุภาพสตรีวัยแปดสิบท่านหนึ่ง   มีอาการเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ มานานมากแล้ว อ่อนเพลียง่าย เมื่อให้ลองกินฟักข้าวดู ปัจจุบันนี้ อาการดังกล่าวก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สุภาพบุรุษวัยเจ็ดสิบเศษท่านหนึ่ง ทรมานด้วยโรคต่อมลูกหมากโตมาอย่างยาวนานบังเอิญเจอกันเมื่อไม่นานมานี้ ได้ปรารภถึงความทรมานจากโรคนี้ บางครั้งถึงกับต้องให้หมอทะลวงท่อปัสสาวะ ตัดเอาชิ้นเนื้อไม่พึงประสงค์ออก   กลางคืนลุกขึ้นเข้าห้องน้ำเป็นสิบครั้งไม่เป็นอันหลับอันนอน ได้แนะนำให้ลองกินดูในอัตรา วันละ 4 เม็ด (เช้า 2 ก่อนนอน 2)  ไม่กี่วันต่อมา 15โทรมาหาด้วยน้ำเสียงสดใสว่า “หมดกรรมแล้ว” ฉี่สะดวกเป็นปกติ กลางคืนเข้าห้องน้ำไม่เกิน 2 ครั้ง แต่กำลังกลุ้มใจทำท่าจะเดือดร้อนเพราะ นกเขาที่ไม่ตื่นมานานนม ทำท่าโก่งคอขันตอนใกล้รุ่งทุกวัน สุภาพบุรุษวัยใกล้เจ็ดสิบท่านหนึ่ง เป็นมะเร็งในถุงน้ำดีระยะสุดท้าย ก่อนกินฟักข้าวญาติๆ ทำใจกันว่าคงจะต้องนับถอยหลังแล้ว น้ำหนักลดจากปกติประมาณหกสิบเศษ เหลือเพียงสี่สิบเศษเรียกได้ว่าเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เมื่อได้ทราบก็ได้แนะนำให้กินฟักข้าวให้มากๆ ในระยะแรกๆ วันละประมาณ 10-15 เม็ด อาการก็ดีขึ้น น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบเท่าเดิม ประมาณสี่เดือนผลเลือดบ่งชี้ว่า เซลล์มะเร็งลดลงไปจนเกือบหมด ปัจจุบันนี้มีสุขภาพที่เรียกได้ว่าเป็นปกติ สุภาพบุรุษวัยห้าสิบห้าท่านหนึ่ง มีโรคที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมรุมเร้า ร้อยพวงเกือบทุกโรค ดูหน้าตาราศีเหมือนคนเกษียณไปแล้วหลายปี พอเริ่มกินฟักข้าวได้เดือนเดียวก็เกิดความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนจนลูกๆ และผู้คนแวดล้อม ตั้งข้อสังเกตว่า สงสัยคงมีกิ้ก เพราะดูสดใสเหมือนย้อนกลับไปเป็นหนุ่มใหม่ๆ เมื่อกินฟักข้าวอย่างสม่ำเสมอ ทุกโรคที่เคยรุมเร้าถูกความสมดุลตามธรรมชาติที่ฟักข้าวเข้าไปช่วยปรับขึ้นใหม่ กำจัดออกไปจนหมดสิ้น ข้อสรุปเบื้องต้นในฐานะผู้สังเกตการณ์ก็คือ ฟักข้าวมิได้เป็นยารักษาอาการใดๆโดยตรงทั้งสิ้น เพียงแต่ฟักข้าวได้เข้าไปช่วยเสริมสร้างความสมดุล 16ที่ขาดหายไปจากร่างกายมานาน เมื่อความสมดุลกลับคืนมา คุณภาพของเม็ดเลือดแดงก็ดีขึ้น ส่วนไหนที่สึกหรอร่างกายก็มีประสิทธิภาพพอที่จะเสริมสร้างขึ้นใหม่รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันเพิ่มเติมให้แก่ร่างกาย ลดและป้องกันการก่อตัวของอนุมูลอิสระ กล่าวโดยรวมก็คือร่างกายกลับมาสู่ความสมดุลตามธรรมชาติ ความสมดุลนี้เองคือธรรมชาติบำบัด ที่ร่างกายของเราไปขจัด ลด และทำลายเซลล์มะเร็ง รวมทั้งความบกพร่องส่วนอื่นๆ ให้หมดไปโดยปริยาย อาการแพ้และผลข้างเคียง เท่าที่ทราบจากคำบอกเล่าต่อๆ กันมา มีอยู่เพียงคนเดียวเป็นสุภาพสตรีวัยสามสิบปลายๆ ที่ปรากฏอาการเมื่อเริ่มใช้ฟักข้าวโดยมีอาการเป็นผื่นขึ้นตามแขนในบริเวณแคบๆ คล้ายแพ้ตัวหนอนหรือใบไม้บางชนิด กินเวลาประมาณ 3-4 วัน ก็จะหายไปเอง  ซึ่งเมื่อฟังดูแล้วผมคิดว่า อาจเกิดจากอาการแพ้ใบไม้  หรือตัวหนอนบางชนิดมากกว่า     ส่วนอาการแพ้และผลข้างเคียงอย่างอื่นเท่าที่ทราบก็คงเป็นเพียงเรื่องของ “นกเขา” ของคุณผู้ชายทั้งหลายที่อาจตื่นบ่อยไปนิดเท่านั้นเอง ความคืบหน้าล่าสุด ก็คือ ไร่ของบ้านฟักข้าว ได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานการผลิตวัตถุดิบ GAP [GOOD AGRICULTURAL PRACTICE]  จาก กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า เป็นไร่ผลิตฟักข้าวที่ปลอดจากสารพิษหรือสารเคมีใดๆ เป็นแห่งแรกของประเทศไทย รวมทั้งได้รับ 17การรับรองผลิตภัณฑ์จากคณะกรรมการอาหารและยา ในชื่อยี่ห้อ HOME GAC   ทะเบียนเลขที่  11-1-14153-1-0211 หลังจากมีโอกาสอ่านรายงานการวิจัยเกี่ยวกับวิตามินซีและสารประกอบจากหลายๆ แหล่งแล้ว ผมมีความเห็นส่วนตัวแบบรวบยอดว่า เมื่อยังอยู่ในวัยหนุ่ม วัยสาว เรายังกระฉับกระเฉงยังออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ    ระบบต่างๆ ในร่างกายของเรายังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะระบบการเผาผลาญอาหารในร่างกายยังมีประสิทธิภาพในการย่อยสลาย ดูดซึมและขจัดส่วนเกินได้อย่างเต็มที่ร่างกายของคนวัยนี้ ก็จะมีความสมดุลตามธรรมชาติค่อนข้างมากโรคภัยไข้เจ็บจึงไม่ค่อยมี แต่เมื่อล่วงเข้าสู่วัยสูงอายุ เริ่มรักความสะดวกสบาย อาหารการกินก็ไม่ค่อยบันยะบันยัง เน้นของชอบเป็นส่วนใหญ่ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีความเครียดสะสมมากขึ้น พฤติกรรมความเป็นอยู่ประจำวันไม่สอดคล้องกับธรรมชาติ ประสิทธิภาพของอวัยวะต่างๆในร่างกายของเรา   ก็ย่อมเสื่อมไปตามกาลเวลา   ความเสื่อมนี้ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ร่างกายของเราขาดความสมดุลตามธรรมชาติ เมื่อขาดความสมดุล  ร่างกายของ คนเราก็จะอ่อนแอลง  ภูมิต้านทานโรคที่เคยมีก็ลดลงในขณะเดียวกัน  ร่างกายของเราก็พยายามปรับตัวสร้างความสมดุลขึ้นใหม่เพื่อความอยู่รอด ในระหว่างกระบวนการนี้อาจมีสิ่งแปลกปลอมที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น เช่น เซลล์มะเร็ง โรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน หลอดเลือดตีบตัน ฯลฯ ซึ่งเป็นโรคที่วงการแพทย์ลงความเห็นตรงกันว่าเป็น  “โรคที่เกิดจากพฤติกรรม”  18 การรักษาโรคกลุ่มนี้จึงต้องเน้นไปที่ กระบวนการการฟื้นฟูและรักษาโดยการ “ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” ความเป็นอยู่ให้สอดคล้องกับธรรมชาติให้มากที่สุด เช่นอาหาร จากที่เคยบริโภคเต็มที่ทุกมื้อควรปรับเปลี่ยนโดยใช้คาถา“หนักเช้า เบาเที่ยง เลี่ยงเย็น” ลดเนื้อสัตว์ให้น้อยลง เพิ่มผักผลไม้ให้มากขึ้น ดื่มน้ำให้มาก และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันและสารส่วนเกินออกไปได้เต็มประสิทธิภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ งดเว้นจากสิ่งที่ไม่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย เช่น บุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ขจัดความเครียด ทำจิตใจให้ผ่องใสและมีสติ เพียงเท่านี้ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นในการปรับสภาพร่างกายของเราเองได้แล้วระดับหนึ่ง  แต่สำหรับผู้ที่มีอาการป่วยจาก “โรคที่เกิดจากพฤติกรรม” ไม่ว่าจะอยู่ระหว่างการบำบัดรักษาจากแพทย์หรือไม่ จำเป็นต้องมีการเสริมสารอาหารจากธรรมชาติโดยเฉพาะวิตามินซีเข้มข้นและสารประกอบในกลุ่มที่มีคุณสมบัติที่ดีที่สุดในการปรับสมดุลของร่างกาย โดยเฉพาะการฟื้นฟูตับ ไต หัวใจ และ ปอด ซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญลำดับต้นๆ ในการปรับความสมดุลของร่างกาย รวมทั้งช่วยระบบการไหลเวียนของเลือดและหลอดเลือด เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถปรับตัวได้ทันต่อเหตุการณ์        เมื่อร่างกายสามารถปรับตัวเข้าสู่ความสมดุลแล้ว ร่างกายของเราก็จะขจัดสิ่งไม่พึงประสงค์และผิดธรรมชาติให้หมดไปเอง  โดยไม่ต้องใช้ยาหรือสารเคมีแปลกปลอมใดๆ  ถือเป็นธรรมชาติบำบัด 19โดยแท้ ซึ่ง สำหรับผมแล้ว นอกจากจะหันกลับมาดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้นระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน ลดของที่ชอบ ดื่มน้ำมากขึ้น หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ขจัดความเครียด มีสติและหมั่นทำจิตใจให้ผ่องใสแล้ว ผลิตภัณฑ์ฟักข้าวบริสุทธิ์บรรจุแคปซูล “HOME GAC” จาก “บ้านฟักข้าว” เป็นคำตอบสุดท้ายที่มีผลเชิงประจักษ์ ยืนยันให้เห็นอย่างชัดเจนตามที่ได้เล่ามาข้างต้น ขอขอบพระคุณที่ได้กรุณาติดตามจนจบ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกๆท่านจะมีสุขภาพดีกันถ้วนหน้านะครับ ………………………………….. ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนที่ได้ค้นคว้ามาจาก www.muscle.in.th https.//www.goodfoodgoodlife.in.th         Thailand.digitaljournal.org  viewFile www.tuvayanon.net www.siamchemi.com Chapter1c.com หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 5 มกราคม 2559 ……………………………..

 

 

 

ข้อมูลอ้างอิง

 

 

 

ไทยรัฐ พุธ 12 กุมภาพันธ์ 2557  หน้า 7 ครึ่งบน คอลัมน์ขวาสุด ปราบมะเร็งได้ด้วยวิตามินซี มหาวิทยาลัยแคนซัสของอเมริกา พบในการทดลองกับหนูว่า สามารถใช้วิตามินซีเป็นไม้ตายหวดนวดมะเร็งให้อยู่หมัดได้ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ต้องใช้วิตามินซีในปริมาณสูงโดยการฉีด.เข้าหลอดเลือด จะเป็นวิธีรักษามะเร็งปากมาดลูกและชนิดอื่นที่ปลอดภัย ได้ผลที่สุดและทุ่นค่าใช้จ่ายที่สุด ร่างกายจะดูดซึมได้โดยที่มันจะห่างเซลล์มะเร็ง โดยที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเซลล์ปกติ วารสารวิชาการ “Sciences Translational Medicine” ของสหรัฐซึ่งรายงานเรื่องนี้ ได้เสนอแนะให้สถานพยาบาลของรัฐบาล ควรจะทำการทดลองขนาดใหญ่ในเรื่องนี้ดู เพราะเห็นว่าบริษัทยาใหญ่ๆไม่ยอมลงทุนทำ  เนื่องจากว่า การใช้วิตามินไม่อาจจดลิขสิทธิ์ได้ จากการทดลองใช้วิตามินซีในสถานพยาบาลที่แล้วๆมา ปรากฏว่าไม่ได้ผลจึงเลิกล้มไป โดยเพิ่งมารู้ทีหลังว่า  หากให้วิตามินซีทางปาก ร่างกายจะขับถ่ายออกโดยไวที่สุด —————————————————–ขอขอบคุณข้อมูลจาก  FRYNN.COM 24 ธ.ค. 58 ฟักข้าวฟักข้าว ชื่อสามัญ  Gacฟักข้าว ภาษาอังกฤษ  Baby Jackfruit, Cochinchina Gourd, Spiny Bitter Gourd, Sweet Gourdฟักข้าว ชื่อวิทยาศาสตร์ Momordica cochinchinensis (Lour.) Spreng. จัดอยู่ในวงศ์แตง (CUCURBITACEAE)สมุนไพรฟักข้าว มีชื่อท้องถิ่นอื่นๆ ว่า มะข้าว (แพร่) ขี้กาเครือ (ปัตตานี) พุกู้ต๊ะ (แม่ฮ่องสอน) ผักข้าว (ตาก ภาคเหนือ) เป็นต้นลักษณะของฟักข้าว ต้นฟักข้าว มีถิ่นกำเนิดตั้งแต่ ในประเทศจีนตอนใต้ พม่า ไทย ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ บังคลาเทศ  โดยจัดเป็นพรรณไม้ล้มลุก เป็นไม้เถาเลื้อย อายุยิ่งมากเถายิ่งใหญ่ มีมือเกาะคล้ายกับตำลึง ชอบแสงแดด เลื้อยได้ทั้งบนฟื้น บนต้นไม้ บนรั้ว บนหลังคา (ขอให้มีที่เกาะ ใบฟักข้าว ใบเป็นใบเดี่ยว รูปหัวใจหรือรูปไข่ คล้ายกับใบโพธิ์ ความกว้างและความยาวของใบมีขนาดเท่ากันโดยยาวประมาณ 6-15 เซนติเมตร ขอบใบหยัก เว้าลึกเป็นแฉก ประมาณ 3-5 แฉก ดอกฟักข้าว  ดอกจะออกบริเวณข้อต่อระหว่างใบหรือตามซอกใบ โดยจะออกดอกข้อละหนึ่งดอก ลักษณะของดอกฟักข้าวจะคล้ายกับดอกตำลึง กลีบดอกมีสีขาวอมเหลืองหรือขาวแกมเหลือง ส่วนก้านเกสรและกลีบละอองจะมีสีม่วงแกมดำหรือสีม่วงแกมน้ำตาล ใบเลี้ยงประดับมีขน โดยดอกฟักข้าวจะเป็นดอกแบบเพศไม่สมบูรณ์ จะอยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศเมียจะมีขนาดเล็กปลายใบมน ส่วนดอกเพศผู้ปลายใบแหลม ดอกฟักข้าวมีสีเหลือง มีกลีบดอก 5 กลีบ ผลฟักข้าว  มีลักษณะคล้ายรูปไข่กลมรี ที่เปลือกมีหนามเล็กๆ อยู่รอบผล ผลอ่อนจะมีสีเขียวอมเหลือง แต่เมื่อสุกแล้วผลจะมีสีแดงหรือสีส้มอมแดง ผลสุกเนื้อจะเป็นสีเหลือง มีเยื่อกลางหุ้มเมล็ดเป็นสีแดง เมล็ดฟักข้าว  ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาลจำนวนมากเรียงตัวอยู่คล้ายเมล็ดแตง ด้านในเมล็ดมีเนื้อสีขาว (เมล็ดดิบมีพิษ ต้องคั่วหรือต้มให้สุกก่อนนำมาใช้)สรรพคุณของฟักข้าว ผลอ่อนและใบอ่อน ช่วยลดน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยเบาหวานได้ (ผลอ่อน, ยอดฟักข้าว) ช่วยบำรุงปอด ช่วยแก้ฝีในปอด ช่วยแก้ท่อน้ำดีอุดตัน ช่วยขับปัสสาวะ(เมล็ด) ใบฟักข้าวมีรสขมเย็น มีสรรพคุณช่วยแก้ไข้ตัวร้อนได้ แก้ริดสีดวง      ใบนำมาตำแก้อาการปวดหลังได้ ช่วยถอนพิษอักเสบ ช่วยแก้พิษ แก้ฝี ฝีมะม่วงแก้หูด (ใบ) รากช่วยถอนพิษไข้ ช่วยขับเสมหะ ช่วยแก้เข้าข้อ อาการปวดตามข้อ    ใช้ต้มดื่มช่วยถอนพิษทั้งปวง (ราก) เมล็ดฟักข้าว  สามารถนำมาใช้แทนเมล็ดแสลงใจได้ (โกศละกลิ้ง)ประโยชน์ของฟักข้าว มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยในการชะลอวัย ป้องกันการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ปัญหาผิวแห้งกร้าน ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ฟักข้าวมีเบต้าแคโรทีนสูงกว่าแครอท 10 เท่า และ มีไลโคพีนสูงกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า ประโยชน์ ฟักข้าวช่วยบำรุงสายตา ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา           โรคต้อกระจก ประสาทตาเสื่อม ตาบอดตอนกลางคืน (เยื่อเมล็ด) ช่วยป้องกันโรคหัวใจ หลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจขาดเลือด ช่วยป้องกันและช่วยยับยั้งการเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือด ช่วยป้องกันเส้นเลือดในสมองแตกซึ่งเป็นสามเหตุของการเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต งานวิจักจากมหาวิทยาลัยมหิดลพบว่า ฟักข้าวมีโปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอดส์ (HIV) และยังช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย ซึ่งได้ทำการจดสิทธิบัตรในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ประโยชน์ของฟักข้าวกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ฟักข้าวมีฤทธิ์ในการต่อต้านมะเร็ง ไวรัส ช่วยยับยั้งระดับน้ำตาลในเลือด และยังยั้งการสังเคราะห์โปรตีน ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยง ของการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารและมะเร็งปอด งานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮานอย พบว่า น้ำมันจากเยื่อหุ้มเมล็ดของฟักข้าว มีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งตับ ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ ช่วยในการขับเสมหะ ใช้กลั้วคอช่วยลดอาการเจ็บคอหรืออาการอักเสบที่ลำคอ ฟักข้าวเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในระยะพักฟื้น หรือผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ มีโรคประจำตัวหรือร่างกายอ่อนแอ รากฟักข้าว ใช้แช่น้ำสระผมช่วยทำให้ผมดกดำขึ้น แก้ปัญหาผมร่วง แก้อาการคันหนังศีรษะ รังแค และ ช่วยฆ่าเหาอีกด้วย (ราก) คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพได้ทำการศึกษาร่วมกัน ในเรื่องของการนำน้ำมันเยื่อหุ้มเมล็ดของฟักข้าว มาพัฒนาเป็นเครื่องสำอางสูตรลดเลือนริ้วรอย ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ  จนได้รับรางวัล “IFSCC Host Society Award 2011”  จากงานประชุมสมาพันธ์นักเคมีเครื่องสำอางนานาชาติ ผลอ่อนฟักข้าว ใช้ทำเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น นำไปต้มหรือนึ่งจิ้มกินกับน้ำพริก หรือนำไปใส่แกงต่างๆ เช่น แกงส้มลูกฟักข้าว เป็นต้น ยอดฟักข้าวอ่อน ใช้ทำเป็นอาหารก็อร่อย (กลิ่นจะคล้ายกับยอดหรือใบมะระ)  เมนูฟักข้าว เช่น แกงเลียง แกงส้ม ผัดไฟแดง คั่วแค ใช้ลวกหรือต้มกินกับน้ำพริก ฯลฯ ฟักข้าว สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายอย่าง เช่น น้ำฟักข้าว ฟักข้าวแคปซูล เป็นต้นแหล่งอ้างอิง หนังสือเภสัชกรรมไทย โดย (วุฒิ วุฒิธรรมเวช), เว็บไซต์หมอชาวบ้าน, โรงเรียนบ้านบึงเนียมบึงใครนุ่น, วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (EN) ………………………………….

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  Pharmacy.mahidol.ac.th บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน หากพวกเราเดินในงานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้าน OTOP (หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์) คงจะแปลกใจที่มีผลิตภัณฑ์ด้าน OTOP ที่มีการแปรรูปจากฟักข้าวมากมายออกมาจำหน่าย จากหลากหลายบริษัทเอกชนและวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ ตั้งแต่ สบู่ แชมพู ครีมทาหน้า ลิปสติก น้ำดื่มสมุนไพร แยม แคปซูลผลฟักข้าว และอื่นๆ อีกมากมายที่จะออกมา จนอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีพืชสมุนไพรชนิดใดที่ถูกนำออกมาแปรรูปมากเท่าฟักข้าว เหตุใดฟักข้าวจึงได้รับความนิยมมากเช่นนี้ คงจะต้องมาทำความรู้จักฟักข้าวกันก่อน ฟักข้าวมีชื่อภาษาอังกฤษว่า (Momorodica cochinchinensis) เป็นพันธุ์ไม้เก่าแก่ของเอเชีย แต่พบมากในเอเชียตอนใต้โดยเฉพาะแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ฟักข้าวเป็นพืชที่อยู่ในตระกูล (Cucurbitaceae) และอยู่ใน Genus เดียวกับมะระ แต่ถ้าหากมาลวกจิ้มน้ำพริกกินแบบคนโบราณจะรู้ว่ารสชาดใกล้เคียงกัน ฟักข้าวมีชื่อเรียกตามท้องถิ่น  เช่น ฝักข้าว (ภาคเหนือ) มะข้าว (แพร่)     ขี้พร้าไฟ (ภาคใต้) ขี้กาเครือ (ปัตตานี) แก็ก (Gag ในภาษาเวียดนาม) Baby jackfruit, Spiny Bitter Gourd, Sweet Ground และ Cochinchin Goud ฟักข้าวแม้จะเป็นเถาไม้เลื้อย เช่น พืชตระกูลแตงทั่วไป แต่มีขนาดใหญ่ ชอบพันต้นไม้ใหญ่ และมีอายุยืนยาวได้ถึง 50 ปี ฟักข้าวออกดอกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม และสามารถเก็บผลได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์สรรพคุณทางยาไทยของฟักข้าว ฟักข้าวได้ถูกใช้เป็นองค์ประกอบของยามาแต่โบราณ ไม่ว่าจะเป็นยาพื้นบ้านในตำรับยาจีนหรือยาไทย 1. ใบฟักข้าว ใช้ปรุงเป็นยาเขียว ใช้ถอนพิษ ดับพิษทุกชนิด ตำพอกแก้ปวดหลัง 2. เมล็ดฟักข้าว ใช้บำรุงปอด แก้ท่อน้ำดีอุดตัน และแก้วัณโรค 3. รากฟักข้าว ใช้ต้มน้ำดื่มหรือตากแห้ง บดเป็นผลแล้วปั้นรับประทานจะช่วยขับเสมหะ ดับพิษไข้ หรือใช้รากแช่น้ำแก้ผมร่วงและรักษาเหา ปัจจุบันคณะวิจัยของผู้เขียนได้วิจัยพบว่า เมล็ดของฟักข้าวประกอบด้วยโปรตีนหลายชนิดและมีคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาที่หลากหลาย เช่น มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ในส่วนของผู้วิจัยเองพบว่า โปรตีนจากเมล็ดของฟักข้าวซึ่งได้แก่ cochinin A และ cochinin B มีคุณสมบัติยับยั้งการสร้างโปรตีนภายในเซลล์โดยเฉพาะเซลล์มะเร็ง โปรตีนในเมล็ดของฟักข้าวมีคุณสมบัติที่เรียกว่ายับยั้งการทำงานของไรโบโซม (Ribosome-inactivating proteins)ทำให้ไม่เกิดการสังเคราะห์ของโปรตีนภายในเซลล์ ซึ่งมีความเฉพาะเจาะจงเซลล์มะเร็งและเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสสูง ผู้วิจัยได้ทำการจดสิทธิบัตรของโปรตีนในเมล็ดฟักข้าวไว้แล้ว และได้ตีพิมพ์ผลงานในวารสารระดับนานาชาติ ผลของฟักข้าวรวมถึงเนื้อเยื่อหุ้มเมล็ดมีสีแดงสด มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ผลฟักข้าวประกอบด้วย สารเบต้าแคโรทีนสูง มากกว่าแครอทถึง 10 เท่า นอกจากนี้ผลของฟักข้าวยังอุดมไปด้วย สารไลโคปีนและกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง มีการสกัดเอาสาระสำคัญเหล่านี้เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำเครื่องสำอางสำหรับใช้บนใบหน้า เพื่อชะลอความเหี่ยวย่นบนใบหน้า เนื่องจากสารสำคัญเหล่านี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง มีการใช้ประโยชน์ด้านคุณค่าทางโภชนาการของผลฟักข้าว ในหลายประเทศในเอเชีย    ที่ชัดเจนที่สุดได้แก่    ในประเทศเวียดนาม ซึ่งคนเวียดนาม ได้ใช้ฟักข้าวเป็นองค์ประกอบในอาหารพื้นบ้านหลายชนิด    เนื่องจากสีแดงที่สดใสของฟักข้าวและคุณค่าทางอาหาร นอกจากนี้นักวิจัยชาวเวียดนามได้ผสมเนื้อฟักข้าวลงในข้าว              เพื่อให้เด็กนักเรียนชนบทที่ขาดวิตามินเอได้ทาน ผลการวิจัยพบว่าเด็กนักเรียนเหล่านี้ หายจากอาการขาดวิตามินอย่างน่าพึงพอใจ …………………………………..เอกสารอ้างอิง 1. กรณ์กาญจน์ ภมรประวัติ  ฟักข้าว พืชพื้นบ้านมากคุณค่า สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน 2556                      2. Chuethong, J., Oda, Sakurai, H., Saiki, I., Leelamanit, W (2007). Cochinin B, a novel ribosome-inactivating protein from the seed of Momordica cochinchinensis. Boil Pharm Bull 30(3):42832 ขอขอบคุณข้อมูลจาก dailynews.com.th (เดลินิวส์ อังคารที่ 5 มกราคม 2559) / 6 ม.ค. 2559ประโยชน์ดีๆ ในฟักข้าว คนรักสุขภาพฟังทางนี้ ประโยชน์ดีๆ มีอยู่ใน “ฟักข้าว” วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2557 เวลา 10.11 น. ท่านผู้อ่านที่รักสุขภาพคงเคยเห็นเครื่องดื่มสุขภาพตามท้องตลาดในช่วงนี้ที่มีชื่อว่า  “น้ำฟักข้าว”   กันใช่ไหมคะ?       แถมยังมีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ ไปจนถึงแบบโฮมเมด    มาดูกันดีกว่าคะว่า     เจ้าฟักข้าวนี้จะมีประโยชน์อะไรน่าสนใจ ที่ทำให้ตัวมันเองกลายมาเป็นอาหารเพื่อสุขภาพได้ ฟักข้าว มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ คือ Momordica cochinchinnensis (Lour.) Spreng. อยู่ในวงศ์แตงกวาและมะระ คือ วงศ์ Cucurbitaceae    มีชื่อเรียกอื่นคือ    ขี้กาเครือ(ปัตตานี)       ผักข้าว (ตาก ภาคเหนือ)      มะข้าว (แพร่)     แก็ก (Gac เวียดนาม) Babyjackfruit,  Spiny Bitter Gourd,  SweetGourd, และ Cochin-chin Gourd   ฟักข้าวมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน พม่า ไทย ลาว บังคลาเทศ มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ ในประเทศจีนใช้เมล็ดแก่ของฟักข้าวเป็นยามานานกว่า 1,200 ปี สามารถใช้บำบัดอาการอักเสบบวม กลากเกลื้อน ฝี อาการฟกช้ำ ริดสีดวง แก้ท้องเสีย อาการผื่นคันและโรคผิวหนังติดเชื้อต่างๆ ทั้งในมนุษย์และสัตว์ต่างๆ  การกินฟักข้าวเป็นยานั้นจะใช้เมล็ดแก่บดแห้ง ส่วนการใช้ภายนอก ให้นำเมล็ดฟักข้าวบดแห้งผสมน้ำมันหรือน้ำส้มสายชูเล็กน้อยทาบริเวณที่มีอาการ และใช้เยื่อเมล็ดแทนสีผสมอาหาร งานวิจัยในประเทศจีนพบว่า โปรตีนจากเมล็ดมีความสามารถต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ตับในหลอดทดลอง เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของฤทธิ์ทางชีวภาพของเมล็ดฟักข้าว ถือว่าลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระจึงมีฤทธิ์ป้องกันมะเร็ง นอกจากนี้ เมล็ดฟักข้าวเป็นส่วนผสมของยาแก้ปวดกล้ามเนื้อ ในเครื่องยาจีนหลายตำรับ และในประเทศเวียดนามก็มีการวิจัยทางคลินิกที่มหาวิทยาลัยฮานอย พบว่าน้ำมันจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวเช่นเดียวกัน   ซึ่งพบว่ามีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งตับส่วนในประเทศไทยได้มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลเกี่ยวกับสรรพคุณของเมล็ดฟักข้าว พบโปรตีนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อ เอชไอวี-เอดส์ และยับยั้งเซลล์มะเร็ง และได้ทำการจดสิทธิบัตรในประเทศไทยแล้ว ในงานวิจัยอื่นของไทยและต่างประเทศพบว่า เมล็ดแก่ของฟักข้าวมีโปรตีน มอร์มอโคลซิน-เอส และ โคลซินิน-บี มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของ    ไรโบโซมซึ่งเป็นแหล่งผลิตกรดอะมิโน และต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งหลายชนิดในหลอดทดลอง ซึ่งอาจนำไปใช้พัฒนาเภสัชภัณฑ์ได้ในวันข้างหน้ามาดูประโยชน์ของฟักข้าวกัน 1. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ   2. ป้องกันการติดเชื้อ   3. ป้องกันการเกิดสารก่อมะเร็ง   4. ลดความเสี่ยงจากโรคโลหิตจาง   5. ช่วยป้องกันและรักษาตับอักเสบ 6. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ 7. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด 8. เพื่อป้องกันและบรรเทาการขาดวิตามินสารอาหารต่างๆ ในเด็กและผู้ใหญ่ 9. ชะลอความแก่ ป้องกันผิวหนังแห้ง บำรุงผิวพรรณ 10. ช่วยให้อัตราการเผาผลาญพลังงานสม่ำเสมอ ดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้น 11. ช่วยกระตุ้นพัฒนาการและการเติบโตของเด็กให้แข็งแรง 12. ช่วยป้องกันและรักษาการติดเชื้อจากการฉายรังสี 13. ช่วยป้องกันการได้รับสารพิษในผัก ผลไม้ต่างๆ 14. ช่วยปรับสภาพร่างกายให้ฟื้นฟูโดยเร็ว ในประเทศไทย ใช้ผลฟักข้าวอ่อนสีเขียวเป็นอาหาร รสชาติเนื้อฟักข้าวเหมือนมะละกอ ลวกหรือต้มให้สุก หรือต้มกะทิจิ้มน้ำพริกกะปิหรือใส่แกง ยอดอ่อน ใบอ่อน นำมาเป็นผัก โดยนำมานึ่งหรือลวกให้สุก กินกับน้ำพริกหรือนำไปปรุงเป็นแกง เช่น แกงแค หรือผัดน้ำมันหอย เมล็ดฟักข้าวมีปริมาณเบต้าแคโรทีนมากกว่าแครอท 10 เท่า มีไลโคฟีนมากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า และมีกรดไขมันขนาดยาวประมาณร้อยละ 10 ของมวล การกินเบต้าแคโรทีนจากฟักข้าวพบว่า ดูดซึมได้ดีเพราะละลายได้ในกรดไขมัน ประเทศฟิลิปปินส์และประเทศไทย ใช้รากฟักข้าวสระผมเพื่อกำจัดเหา ใช้รากบดหมักผมเพื่อกระตุ้นให้ผมดก ประเพณีล้านนาของไทยใช้ฟักข้าวในการดำหัว (คือการสระผม) สตรีล้านนาดำหัวสัปดาห์ละครั้ง ยาสระผมประกอบด้วย ฝักส้มป่อยจี่ ผลมะกรูดเผา ผลประคำดีควายหมกไฟพอให้สุก รากของต้นฟักข้าว รากแหย่งบดหยาบ ทั้งหมดผสมกับน้ำอุ่นหมักผมไว้สักระยะหนึ่งแล้วจึงล้างออก จะทำให้แก้คันศีรษะ ขจัดรังแค รักษาอาการผมร่วงและช่วยให้ผมดกดำ ประเทศญี่ปุ่นทำการวิจัยพบว่า โปรตีนจากสารสกัดน้ำของผลฟักข้าวยับยั้งการเจริญของก้อนมะเร็งลำไส้ใหญ่ในหนูทดลอง โดยลดการแพร่ขยายของหลอดเลือดรอบก้อนมะเร็ง และชะลอการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งดังกล่าวในห้องทดลอง น้ำสกัดผลฟักข้าวยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งตับและมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยการทำให้เซลล์ตาย ยอดฟักข้าวและผลอ่อนฟักข้าวกินได้ ผลแก่ก็อุดมคุณค่า รากฟักข้าวใช้แก้ปัญหารังแค ผมร่วง กำจัดเหา เมล็ดฟักข้าวสามารถบำบัดอาการอักเสบบวม ลองหาพันธุ์มาปลูกให้เลื้อยเล่นหน้าบ้าน จะได้กินเมื่อใจปรารถนา เป็นการสร้างสุขภาพป้องกันโรคร้ายได้อย่างดี อ่านมาถึงตอนนี้แล้ว คุณผู้อ่านที่รักสุขภาพทั้งหลาย คงต้องหาน้ำฟักข้าวมาดื่มเพื่อเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอีกชนิด เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์หลากหลายขึ้น อย่าลืมนะคะว่า You are what you eat อยากให้มีสุขภาพที่ดี ต้องเริ่มที่การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายกันนะคะ โดย PrincessFangy

แคปซูลฟักข้าว [HOME GAC]    ของ บ้านฟักข้าว   อำเภอสวนผึ้ง  จังหวัดราชบุรี
 

ท่าน ส.ว.ครับ เสียเวลาอ่านซักนิดอาจพลิกชีวิตและสุขภาพคุณได้


แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : “ฟักข้าว [HOME GAC] จาก บ้านฟักข้าว”  (เล่าจากประสบการณ์ ไม่ใช่คำโฆษณา)      

ร่วมแสดงความคิดเห็น


http://www.khaochad.com/118352