ประกาศตามหาตุ้มหูเพชรมีคุณค่าทางจิตใจช่วยหน่อยคะ ชนัล ปฐมวงศ์

เปิดอ่าน 1,008 views
ถูกแชร์ทั้งหมด :: 0

 

ขอความช่วยเหลือด้วยค่ะ
วันที่ 13 ที่ผ่านมา ทำตุ้มหูเพชรหายหนึ่งข้าง มันมีค่าทางจิตใจเรามาก

เราไปทำธุระที่จังหวัดขอนแก่น ก่อนออกจากบ้านที่กรุงเทพเราเอาตุ้มหูใส่กระเป๋าถือสะพาย (กระเป๋าใส่เงิน) เก็บตุ้มหูรีบใส่กระเป๋า

เพราะรีบออกจากบ้านไปรับน้องที่นัดหมายให้มาช่วยขับรถเนื่องจากอ่อนเเอและสุขภาพแย่ ไม่ค่อยแข็งแรง

เอาตุ้มหูไว้ในช่องเล็กๆที่ใช้สำหรับเก็บพวกนามบัตร เราไม่ใส่ที่หูเพราะเรานอนระหว่างเดินทาง ปลายทางมีแต่ปัญหาหนักต้องทำ
เราออกจากกรุงเทพประมาณตีสามในวันที่ 13 ระหว่างทาง แว๊ะปั้มนํามันปั้มแรกเราไม่ได้ลงรถ

ต่อมาพอช่วงเช้าเราแว๊ะลงปั้ม ปตท.ที่บ้านไผ่ ก่อนถึงจังหวัดขอนแก่น คนช่วยขับรถขอพักผ่อนด้วยเพราะง่วงเต็มที่อดนอนก่อนมาขับรถ(ทราบทีหลัง) เราถือกระเป๋าสะพายลงไปสั่งอาหารตามสั่งที่ร้านส้มตำ ช่วงแปดหรือเก้าโมงเช้า เราเปิดซิปกระเป๋าสะพายเอาเงินใบย่อยที่ใส่ไว้ในช่องเดียวกันกับช่องที่เราใส่ตุ้มหูเพชรไว้ ช่วงที่ล้วงเงินออกเราไม่แน่ใจว่าเป็นไปได้ไหมที่ตุ้มหูเราจะหล่นที่ร้านอาหารตามสั่ง หลังจากทานข้าวเสร็จเราก็เข้าเซเว่นซื้อของและเราก็ไม่แน่ใจว่าใช่หล่นที่เซเว่นหรือไม่

หลังจากนั้นเราก็ไปทำธุระที่ศาลจังหวัดขอนแก่น เราไปคัดถ่ายเอกสารบางอย่างที่ชั้นล่างสุดในศาลขอนแก่น ใช้เวลาตรวจเอกสารก่อนคัดถ่ายนานพอสมควร มีน้องที่รักนับถือกันที่ขอนแก่นมาช่วยดูเอกสารด้วย ระหว่างล้วงกระเป๋าจ่ายเงินค่าถ่ายเอกสาร เราจำได้แม่นว่ามีเสียงเหมือนเศษเหรียญหล่นที่พื้นในห้องถ่ายเอกสาร(เสียง”กิ๊ง”ดังขึ้นหนึ่งครั้งเบาๆ)เราก็เรียกน้องที่ขับรถว่าได้ยินเสียงอะไรหล่นไหม เห็นอะไรหล่นไหม น้องนั่งหลับๆตื่นๆรอเราอยู่ สภาพหมดแรงคงทั้งเหนื่อยและง่วงมาก น้องลุกจากเก้าอี้มาช่วยถือเอกสารและก้มที่พื้นดูแบบคนกำลังเหนื่อยและง่วงนอน และเขาก็ไม่รู้เรื่องในกระเป๋าเงินเรา ตอนนั้นเราคิดว่าเหรียญบาท เหรียญเล็กๆน้อยๆหล่น ถ้าเป็นเหรียญมันจะเห็นชัด เราก็คิดว่าเป็นเหรียญกลิ้งไปใต้เครื่องถ่ายเอกสารหรือเล่า เลยไม่ติดใจอะไรในตอนนั้น

อีกอย่างที่สำคัญด้วยความเกรงใจไม่อยากกวนให้น้องที่ถ่ายเอกสารเคลื่อนย้ายเครื่องเพื่อหาเศษเหรียญเพราะน้องที่ประจำอยู่ที่เครื่องถ่ายเอกสารเป็นผู้หญิงรูปร่างเล็กมากทั้งสองคน แต่เครื่องถ่ายเอกสารใหญ่มาก ดูแล้วเกรงใจจะลำบากน้องน้องเขา

หลังจากนั้นเราก็ไปทานอาหารที่น้านแถวพิพิธะภัณฑ์ขอนแก่น เราก็ไม่แน่ใจว่าเราทำตุ้มหูหล่นที่ร้านอาหารนั้นหรือไม่

ต่อมาเราเดินทางไปทำธุระต่อที่จังหวัดอุดรและได้เข้าพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง คืนนั้นเราก็ไม่ได้เปิดกระเป๋าเงินเลย เพราะเรามีพี่ๆคอยดูแลที่จังหวัดอุดร พอช่วงเช้าวันที่ 14 เรารีบเก็บของใส่กระเป๋า”เสื้อผ้า”เพราะได้ยินเสียงพี่ๆที่คอยดูแลเรามาถึงที่พักตามนัด และช่วงนั้นไฟก็ดับในห้องที่เราพักด้วยจึงเปิดประตูห้องออกและสวัสดีพี่ๆได้จากห้อง(รีสอร์ทขนาดเล็กมองเห็นกันได้ชัดจากห้องถ้าเปิดประตู)

เรารีบก็บของต่อ เสร็จก็เรียกน้องที่ช่วยขับรถเขาพักห้องไม่ไกลกันและนั่งพร้อมรออยู่ที่นั่งรอด้านหน้าที่เราจอดรถให้มาช่วยยกกระเป๋าเดินทางในห้องเราและกระเป๋าเครื่อสำอางไปใส่รถ หลังจากนั้นเห็นพี่ๆเขาคุยกันต่อเราก็เลยเปิดกระเป๋าเงินสะพายว่าจะเรียงของในนั้นให้เป็นระเบียบเพราะมันรกมาก เราแทบไม่มีเวลาจะพักเลย ระหว่างนั้นเห็นพี่ๆเขามองมาที่ห้องและเพื่อนพี่ๆที่พักรีสอร์ทเดียวกันเขาพร้อมกันแล้ว ต้องขับรถตามกันไปทานอาหารเช้าในเมืองอุดร เราเลยรีบเดินออกไปจากห้องจะไปขึ้นรถ ระหว่างนั้นเราหกล้มเข่ากระแทรกหน้าห้องในทางเดินต่างระดับก่อนเพื่อขึ้นรถ กระเป๋าเราไม่ได้รูดซิปปิดเพราะรีบเราก็ไม่แน่ใจว่าตุ้มหูหล่นตอนนั้นหรือไม่ พอเราเข้ารถน้องก็เตรียมตัวมาขับรถเราก็เริ่มจัดกระเป๋าสะพายและกะจะเอาตุ้มหูมาใส่ ตอนนั้นเองที่เรารู้ว่าตุ้มหูหายหนึ่งข้าง เราค้นกระเป๋าอย่างละเอียดก็ไม่เห็น เราเลยบอกน้องที่ขับรถให้ช่วยไปหาที่ในห้องเราและที่เราหกล้มด้วยกันแต่ก็ไม่พบ

ในขณะนั้นเข่าเราก็เจ็บระบมมากแต่ไม่แสดงออกกลัวคนอื่นกังวนเพราะเรา ช่วงไปถึงร้านที่ทานอาหารเช้าเราทานอะไรไม่ลงเราห่วงตุ้มหูมาก เราจึงรีบโทรศัพท์ติดต่อน้องทีขอนแก่นให้ช่วยไปดูที่ร้านอาหารที่ขอนแก่นด่วน น้องโทรกลับมาบอกว่าร้านนั้นเขาไม่มีกล้องวงจรปิด แต่เจ้าของร้านเขาให้ความร่วมมือดีมาก เพราะเขาจำน้องได้ น้องไปทานข้าวด้วยในวันที่ 13 แต่น้องไม่ได้ไปดูที่ศาลให้

ขณะนั้นเราก็ตัดสินใจเดินทางย้อนกลับไปที่ปั้มนํามันที่ขอนแก่นทันที และทุกที่ที่สงสัยว่าทำหล่นหาย แต่พนักงานตอบยันอย่างเดียวว่าไม่เห็น ถ้าหล่นที่นั่นป่านนี้คงไม่พบแล้ว และบอกเราว่าทางเขามีกล้องวงจรปิด แต่ไม่ได้ให้เราดู และบอกเราว่าเจ้าของร้าก็ทำโทรศัพท์มือถือหาย กำลังตามจับอยู่ (นี่คือคำตอบ) และราก็ขอดูตามซอกหลังตู้เย็นที่พิงกำแพงอยู่ ต่อมาเราก็ไปที่ศาลก็คำตอบเดียวกัน และไม่มีกล้องวงจรปิด ที่ศาลเราก็ขอให้น้องพนักงานช่วยดูให้อีกครั้งอย่างละเอียดก็ไม่พบ

พอถามคนทำความสะอาดว่าขะยะทิ้งที่ไหน ขะยะมาเก็บทุกวันไหมเขาก็บอกว่าทิ้งทุกวัน จากนั้นเราไปร้านอาหารที่แถวพิพิธภัณฑ์ด้วยตัวเองอีกครั้งก็ได้คำตอบเดียวกัน(เราน่าจะเปิดดูถุงขะยะที่อยู่ด้านหลังร้านหน้าห้องนํา เรานึกไม่ทันตอนนั้นมันตื้อไปหมด) ส่วนร้านเซ่เว่นก่อนเข้าอุดรมีหนึ่งร้านที่แว๊ะ(ตัดออกจากความสงสัยได้เพราะกลับไปขอดูกล้องวงจรปิดเขาให้ดูแล้วไม่ติดใจ)
เราสงสัยและมั่นใจว่าหล่นที่ศาลตอนจ่ายเงิน เพราะได้ยินเสียง น้องที่ขับรถให้ก็ได้ยินเสียง(ช่วงนั้นเขานั่งหลับๆตื่นๆรอเราถ่ายเอกสาร)อันดับสองสงสัยที่ร้านอาหารแถวพิพิธภัณฑ์ขอนแก่น และอันดับสามที่ปั้มนํามันร้านอาหารตามสั่งและเซเว่นที่นั่น
หากมีใครพบเห็นหรือเก็บได้ช่วยติดต่อคืนเราด้วย

ตุ้มหูนี้มันมีค่าทางด้านจิตใจเรามาก มันมีประวัตที่มาที่ไปเกี่ยวกับคุณแม่เราที่เสียไปแล้ว ส่วนการแจ้งความที่จังหวัดขอนแก่นเรายังไม่ได้เข้าแจ้งความ เราไม่มั่นใจในตำรวจบางคนที่นั่น กลัวโดนกลั่นแกล้ง เรามีปัญหาอื่นอยู่ที่นั่นกับตำรวจ จึงอยากให้ทุกอย่างชัดเจนก่อนว่าเราไม่ได้ทำตกหล่นที่บ้านกรุงเทพตอนนี้ชัดเจนแล้ว เรากลับถึงบ้านเราค้นทุกมุม ไม่พบเราเชื่อในเรื่องคุณธรรมอกเขาอกเรา หากใครพบเจอในรูปแบบใดติดเราด้วยค่ะที่ 082-056-4900ขอบพระคุณมาๆค่ะ

CR. ชนัล ปฐมวงศ์ ข้อมูลภาพ    //  เน็กซ์ทวิสท์เลิฟ รายงาน

 


แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : ประกาศตามหาตุ้มหูเพชรมีคุณค่าทางจิตใจช่วยหน่อยคะ ชนัล ปฐมวงศ์

ร่วมแสดงความคิดเห็น


http://www.khaochad.com/111845